นอนไม่หลับอยู่ใช่ไหม โยคะช่วยได้!

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยมีประสบการณ์เผชิญกับปัญหาหลับยาก หรืออาการนอนไม่หลับอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต การนอนไม่หลับฟังดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต แต่เจ้าปัญหาไม่ใหญ่ที่ว่านี้กลับทำให้เกิดความรู้สึกทรมานจิตใจและยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนเราอย่างมาก แต่ข่าวดีคือปัญหาดังกล่าวสามารถรักษาได้ไม่ยากนัก โดยโยคะก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่ถูกนำมาใช้บำบัดอาการนอนไม่หลับอย่างได้ผลและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

การฝึกโยคะเพื่อรักษาความผิดปกติด้านการนอน

ความผิดปกติด้านการนอน (Sleep disorder) เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญในสังคมอย่างไม่น่าเชื่อ โดยพบว่าร้อยละ 30 ของประชากรมีปัญหาการนอนหลับได้ยาก เนื่องจากความเครียด ความฟุ้งซ่าน การทำงานหรือพักผ่อนอย่างไม่เป็นเวลา และการขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม  มีส่วนน้อยมากที่ปัญหาดังกล่าวจะเกิดจากความผิดปกติของสมองและเส้นประสาทโดยตรง  และหากความผิดปกติด้านการนอนดังกล่าวถูกปล่อยทิ้งเรื้อรังยาวนานเกินกว่า 3 สัปดาห์โดยไม่ได้รับการบำบัดแก้ไข ผู้ป่วยจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของผู้มีความผิดปกติด้านการนอนแบบเรื้อรัง ซึ่งจะเริ่มส่งผลกับระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำให้เกิดโรคอื่นตามมาก ในบางกรณีแพทย์อาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้ยานอนหลับเพื่อช่วยรักษาร่วมด้วย

งานวิจัยหนึ่งในประเทศอินเดีย นักวิจัยได้ทดลองให้ผู้มีความผิดปกติด้านนอนแบบเรื้อรังเข้ารับการรักษาในโปรแกรม 10 สัปดาห์ของการฝึกโยคะพร้อมจดบันทึกติดตามการนอนหลับของผู้มีปัญหาความผิดปกติด้านการนอนอย่างต่อเนื่องทุกวัน พบว่าผู้ป่วยดังกล่าวมีพัฒนาการของประสิทธิภาพการนอน (sleep efficiency) เวลาที่ใช้ในการนอนหลับ (total sleep time) จำนวนครั้งที่ตื่นขึ้นระหว่างนอน (total wake time) และระยะเวลาเข้าสู่ภาวะหลับ (sleep onset latency) ดีขึ้นมาก ซึ่งวัดผลออกมาเป็นตัวเลขได้ชัดเจน  และสำหรับบุคคลทั่วไปที่ทำการฝึกฝนโยคะสม่ำเสมอพบว่ามีคุณภาพการนอนหลับดีกว่าปกติ โดยมีช่วงคลื่นสมองของการหลับลึกยาวนานกว่าคนทั่วไป

การนอนที่มีประสิทธิภาพ สร้างชีวิตที่มีประสิทธิผล

บ่อยครั้งที่เรามักจะได้ยินผู้คนพูดว่า “การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด” ทั้งนี้เนื่องจากการนอนที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สมองได้รับการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพหลังจากถูกใช้งานมาทั้งวันได้อย่างเต็มที่ การนอนหลับพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพจึงส่งผลให้สมองได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ จะคิดอ่านการใดก็ไม่ติดขัด ส่งผลดีต่อทั้งหน้าที่การใช้ความคิดและความสามารถในการจดจำในชีวิตประจำวันของเรา การนอนที่ดีจึงสร้างชีวิตที่ดีตามมานั่นเอง

หากวันนี้คุณเป็นหนึ่งในผู้มีปัญหาการนอน ไม่ว่าจะเป็นการการนอนหลับยาก ไม่สามารถนอนหลับต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน หลับได้ไม่สนิท หลับไม่ลึก หรือแม้แต่การนอนหลับได้แต่รู้สึกไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย วันนี้อาจถึงเวลาแล้วที่คุณจะเริ่มให้ความสนใจกับโยคะ หนึ่งในการออกกำลังกายที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าสามารถช่วยบำบัดปัญหาการนอนอย่างได้ผล

SUP Yoga สนุกกับการเล่นโยคะท่ามกลางธรรมชาติและสายน้ำ

โยคะ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยฝึกฝนทั้งร่ายกายและจิตใจ ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับร่างกาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับจังหวะลมหายใจ ทำให้ผู้เล่นเกิดความผ่อนคลายและมีสมาธิ โยคะจึงเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย แต่โดยปกติแล้วภาพจำของโยคะมักเป็นการเล่นบนเสื่อ ทำให้ถูกมองข้ามจากนักออกกำลังกายสายสปอร์ตอยู่เสมอ ทั้งที่จริงแล้วโยคะมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลายทั้งในร่มและกลางแจ้ง โดยเฉพาะ “SUP Yoga” ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง

                SUP Yoga เป็นการเล่นโยคะกลางแจ้งโดยใช้บอร์ด SUP (Stand-Up Paddleboard) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าแพดเดิ้ลบอร์ด ซึ่งมีต้นกำเนิดที่ฮาวาย เล่นด้วยการยืนบนบอร์ดพายไปตามแม่น้ำหรือทะเลสาบ ดังนั้น SUP Yoga จึงถือเป็นการเล่นโยคะขณะลอยอยู่กลางน้ำ และใช้แพดเดิ้ลบอร์ดแทนเสื่อ ทำให้ผู้เล่นต้องใช้การทรงตัวบนบอร์ดไปพร้อมกับการชื่นชมธรรมชาติรอบตัว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการเล่นโยคะชนิดนี้ โดยแพดเดิ้ลบอร์ดนั้นมีทั้งแบบเป่าลมและแบบพลาสติกแข็ง ขนาดตั้งแต่ 33 นิ้ว ไปจนถึง 55 นิ้ว ผู้เริ่มต้นจึงสามารถเริ่มเล่นได้อย่างง่ายดาย และผู้เล่นที่ว่ายน้ำไม่เป็น สามารถเลือกสวมเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยได้

                ท่าโยคะที่เหมาะสมสำหรับใช้เล่นบนแพดเดิ้ลบอร์ดนั้นคือท่าโยคะเบื้องต้น ได้แก่ ท่าโต๊ะ ช่วยเพิ่มสมดุลและวอร์มอัพร่างกาย, ท่าเก้าอี้ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ช่วงขาและลำตัว, ท่าผีเสื้อ ช่วยเปิดสะโพกและโคนขาด้านใน, ท่าสุนัขก้มหน้า ช่วยยืดกระดูกสันหลังให้ตรง, ท่านักรบ ช่วยการทรงตัวที่มั่นคง, ท่าเรือ ช่วยให้หน้าท้องและลำตัวแข็งแรง, ท่าพระจันทร์เสี้ยว ที่ช่วยยืดสะโพกและกล้ามเนื้อต้นขา, ท่าสนเข็ม ช่วยยืดไหล่และกระดูกสันหลัง, ท่ามาลาอาสนะ ช่วยยืดเส้นบริเวณหลังและสะโพก และท่าศพอาสนะ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายกลางสายน้ำ

                แม้จะใช้ท่าโยคะที่เหมือนกัน แต่ VWIN ยืนยันได้เลยว่าการเล่นโยคะบนแพดเดิ้ลบอร์ด ต้องใช้แรงจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายต่างจากการเล่นโยคะบนเสื่ออย่างมากทีเดียว เนื่องจากการยืนบนแพดเดิ้ลบอร์ดที่ลอยอยู่กลางน้ำให้มั่นคงนั้น จำเป็นต้องดึงแรงจากกล้ามเนื้อลำตัวมาใช้มากกว่าปกติ และยังต้องยืนให้ตัวตรงตลอดเวลา ทำให้หัวเข่าไม่ผิดรูป ลดอาการผิดปกติบริเวณสะโพก แถมท่าโยคะหลายท่าจะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนที่หลบซ้อนภายในร่างกายได้ถูกนำใช้งาน นอกจากนั้นการเล่นโยคะกลางแจ้งยังทำให้ร่างกายได้รับรังสีและวิตามินจากธรรมชาติตามที่ร่างกายต้องการ

การเล่น SUP Yoga ไม่เพียงจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงจากการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย จิตใจเบิกบานจากการสัมผัสกับธรรมชาติ ยังถือเป็นการท้าทายตัวเองในการเล่นโยคะบนแพดเดิ้ลบอร์ดท่ามกลางสายน้ำ ยิ่งหากเล่นร่วมกับเพื่อนเป็นหมู่คณะ นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้างอีกด้วย

โยคะกับการเล่นนอกสถานที่ ช่วยสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับร่างกายได้อย่างมากมายและลงตัว

ใคร ๆ ก็คงรู้กันอยู่แล้วว่าการเล่นโยคะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นแล้ว การเล่นโยคะยังสามารถช่วยในเรื่องการผ่อนคลายได้มากกว่าหากเทียบกับการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ  ทั้งการเล่นโยคะยังช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ด้วย เนื่องจากจะเน้นการเล่นด้วยท่วงท่าที่มีการยืดเหยียดอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ร่างกายทุกส่วนได้อย่างลงตัวอีกด้วย

การเล่นโยคะกับสถานที่แตกต่างกันไปย่อมสร้างสิ่งแปลกใหม่ให้กับร่างกายและจิตใจได้อย่างลงตัว

          การเล่นโยคะนับว่าเป็นการออกกำลังกายที่สามารถได้ง่าย และทำได้ทุกที่ หากคุณไม่สะดวกเดินทางไปสวนสาธารณะหรือฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายแล้วล่ะก็ คุณก็ยังสามารถเล่นโยคะได้ด้วยตนเองที่บ้าน เพียงแค่มีเสื่อโยคะก็สามารถเริ่มเล่นที่ไหน เวลาใดก็ได้ตามที่คุณสะดวก ซึ่งการเล่นโยคะต่างสถานที่แตกต่างกันไป ก็ย่อมสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่ให้กับร่างกายได้ด้วย

มาดูประโยชน์ที่ได้จากการเล่นโยคะตามสถานที่ต่าง ๆ กัน

          -ได้เปลี่ยนบรรยากาศนอกสถานที่แบบเดิม ๆ เช่น ออกไปเล่นโยคะเมื่อคุณเดินทางท่องเที่ยวแต่ก็ยังคงไม่ทิ้งการออกกำลังกายด้วยท่วงท่าที่ง่าย ๆ จากการเล่นโยคะ จะเห็นได้บ่อยขึ้นที่มีผู้คนเล่นโยคะในยามเช้าที่ริมทะเล หรือที่พักที่มีอากาศบริสุทธิ์พร้อมสถานที่สวย ๆ ในยามเช้า การเล่นนอกสถานที่เช่นนี้ทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากการเล่นโยคะและความผ่อนคลายในการชื่นชมและรับรู้ความรู้สึกการเล่นโยคะกับที่ใหม่ ๆ แม้ในความเป็นจริงจะเป็นการเล่นโยคะด้วยท่าเดิม กับคนเดิม ๆ ก็ตาม แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากการเปลี่ยนบรรยากาศจะช่วยทำให้คุณรู้สึกถึงความแปลกใหม่นั่นเอง

          -ได้สูดโอโซนอากาศบริสุทธิ์มากขึ้น หากคุณปูเสื้อโยคะสักผืนและเล่นบริเวณริมชายหาดที่มีอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้า หรือบนภูเขาซึ่งมีที่พักสวย ๆ เหมาะกับการไปตากอากาศแล้ว นั่นช่วยทำให้คุณได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์กว่าการที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมือง ซึ่งการสูดอากาศดี ๆ เข้าสู่ร่างกายนั้น ช่วยทำให้ร่างกายรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและขับคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นการฟอกปอดด้วยวิธีการใช้ธรรมชาติบำบัดได้ทางหนึ่งเลยทีเดียว

          -ได้ไอเดียหรือความคิดในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ เพราะการออกกำลังกายขณะเล่นโยคะนอกสถานที่ จะทำให้คุณมีสมาธิในการเล่น และยังได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ในแต่ละสถานที่ไปพร้อม ๆ กัน จึงทำให้หลายคนเกิดไอเดียหรือความคิดในการอยากเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ ได้จากการเล่นโยคะนอกสถานที่นี้ เสมือนเป็นการได้ชาร์จแบตให้กับร่างกายและสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายไปพร้อม ๆ กัน

          การเล่นโยคะนอกสถานที่นอกจากฟิตเนสหรือสถานที่เดิม จึงสามารถสร้างความแปลกใหม่ทางความรู้สึก และความรับรู้สิ่งแปลกใหม่ให้กับอารมณ์ได้มากกว่านั่นเอง ซึ่งหากใครสะดวกแบบไหนก็ลองเลือกไปตามสถานที่ที่ตัวเองต้องการกันได้เลย

โยคะเบียร์ ศาสตร์ประยุกต์ของการออกกำลังกาย เอาใจนักดื่มสายปาร์ตี้รักสุขภาพ

สำหรับนักดื่มทั้งหลาย วันนี้เรามีวิธีการออกกำลังกายแบบใหม่มาแนะนำ ที่จะทำให้คุณมีสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กับการดื่ม โดยเฉพาะนักดื่มคอเบียร์ รับรองว่าคุณจะต้องหันมารักสุขภาพ อยากออกกำลังกายอย่างแน่นอน ซึ่งการออกกำลังกายแบบใหม่ที่จะมาแนะนำวันนี้ เป็นเรื่องของโยคะกับการดื่มเบียร์ สองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร ไปหาคำตอบกันได้เลย

ดื่มไป เล่นไป แค่นี้ก็เบิร์นไขมันได้

“โยคะเบียร์” หลายคนอาจสงสัย และยังคงงง ๆ ว่าเบียร์กับโยคะมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร สำหรับวันนี้เรามีคำตอบมาบอก เป็นที่ทราบกันดีว่าโยคะเป็นศาสตร์แห่งการออกกำลังกายแบบบำบัด เป็นการฝึกกำหนดลมหายใจ ผ่านการคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อให้เกิดสติ และสมาธิ ส่วนเบียร์จัดได้ว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทของมึนเมา ที่อาจทำให้ขาดสติได้ชั่วคราว แต่ก็มีประโยชน์ทางอ้อมอยู่เหมือนกัน คือสามารถป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบสูบฉีดเลือดไหลเวียนดี และยังบำบัดความเครียดได้อีกเช่นกัน เพราะเชื่อว่าดื่มเบียร์แล้วจะทำให้อารมณ์ดี สุนทรีย์ไปกับการดื่มเบียร์

“โยคะเบียร์” เป็นการเล่นโยคะแบบใหม่ ที่ทำให้จิตใจสงบลงเมื่อได้ดื่มเบียร์ หรืออาจเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ เช่น ไวน์ โยคะเบียร์ถือเป็นการเล่นโยคะแบบประยุกต์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและมาแรงไม่แพ้โยคะประเภทอื่น สำหรับสายโยคะ หรือสายดื่มตัวยงไม่ควรพลาดที่จะลองเล่นโยคะเบียร์เป็นอันขาด

สายเฮลตี้ หรือสายปาร์ตี้ ไม่ว่าจะสายไหนก็เล่นโยคะได้

                การเล่นโยคะเบียร์ กำลังเป็นที่สนใจของคนชอบออกกำลังกายจำนวนมาก เริ่มมีคลาสเปิดสอนในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่เริ่มมีได้ไม่นาน สำหรับวิธีการเล่นโยคะเบียร์นั้นไม่ยาก เพียงแค่คุณมีพื้นฐานการเล่นท่าโยคะต่าง ๆ มาบ้างแล้ว พร้อมกับอุปกรณ์ประกอบการเล่นชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้นั้นก็คือเบียร์ เริ่มการเล่นโยคะเบียร์ โดยผู้เล่นออกท่าทางการเล่นโยคะท่าต่าง ๆ ไปพร้อมกับใช้เบียร์เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเล่นท่าโยคะ เช่น ช่วยในการทรงตัว หรือการเพ่งสมาธิ และในระหว่างที่ออกลวดลายเล่นท่าโยคะต่าง ๆ ผู้เล่นสามารถจิบเบียร์ไปพลาง ๆ ได้ แต่ขอแนะนำว่าไม่ควรจิบเยอะจนเมา เอาแค่พอกึ่ม ๆ ให้มีสติไปกับการฝึกสมาธิ และจิตใจเข้าถึงความสงบไปพร้อม ๆ กับการจิบเบียร์

ข้อดีของการเล่นโยคะเบียร์ คือทำให้ผู้เล่นมีสติ สมาธิ มากขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรง ได้ยืดเส้นยืดสายเล่นท่าโยคะ อีกทั้งสุขภาพดี พักผ่อนหลับสบาย รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี จากการได้จิบเบียร์ และสนุกสนานไปกับปาร์ตี้ดื่มเบียร์พร้อมกับเพื่อน ๆ ร่วมคลาส เปลี่ยนบรรยากาศการออกกำลังกายที่น่าเบื่อ ให้น่าสนใจมากขึ้น ถือได้ว่าโยคะเบียร์เป็นการประยุกต์วิธีการออกกำลังกายเพื่อเอาใจสายดื่ม สายปาตี้ ให้หันมารักสุขภาพโดยเฉพาะ หากคุณเป็นนักดื่มสายเฮลตี้ไม่ควรพลาดปาตี้ “โยคะเบียร์”

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำบัดทุกข์ ศาสตร์แห่งการบำรุงสุข เป็นศาสตร์แห่งทางเลือก

สังคมในยุคปัจจุบันก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 เป็นสังคมแห่งการก้มหน้าเข้าหาเทคโนโลยีมากขึ้น ทุกคนต่างใช้ชีวิตเร่งรีบไปกับการทำงาน แข่งขันกับเวลา จนทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุของการเจ็บไข้ได้ป่วย ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ โยคะจึงเป็นศาสตร์ทางเลือก ที่ถูกนำมาใช้ในการบำบัด ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำบัดทุกข์

                โยคะบำบัด เป็นทางเลือกสำหรับช่วยในการบำบัดอาการของโรคต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์สมัยใหม่เท่านั้น เราสามารถใช้โยคะเพื่อดูแลสุขภาพร่างกาย และจิตใจ ให้ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ โยคะช่วยบำบัดโรคอะไรบ้าง วันนี้เรามีมาแนะนำ

  1. โยคะบำบัดต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์มีความสำคัญต่อร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ หากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ ผิดปกติเช่นกัน โยคะบำบัดโรคต่อมไทรอยด์อย่างไร เพียงแค่การฝึกกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก อย่างช้า ๆ ก็ช่วยทำให้ระบบสูบฉีดเลือด และระบบหมุนเวียนพลังงานดีขึ้น
  2. โยคะบำบัดโรคไต โรคไตเกิดจากภาวะการทำงานผิดปกติของไต ไตทำงานได้ลดลง การเล่นโยคะพื้นฐานโดยเฉพาะท่าแห่งความสุข สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของไตให้ดีขึ้นได้
  3. โยคะบำบัดแก้หมอนรองกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม อาการโดยทั่วจะรู้สึกชาที่ขาและเท้า รวมถึงอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ถึงขั้นเดินไม่ได้ สำหรับผู้ที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม ขอแนะนำให้เล่นโยคะควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ จะช่วยให้อาการของโรคหายเร็วยิ่งขึ้น
  4. โยคะบำบัดออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ต้องประสบปัญหากับอาการออฟฟิศซินโดรมเป็นส่วนใหญ่ ชอบมีอาการปวดไหล่ ปวดคอ และปวดหลัง การเล่นโยคะมีหลายท่า ที่ช่วยทำให้อาการเหล่านี้หายลงได้ แล้วอย่าลืมช่วนเพื่อนที่ทำงานมาเล่นโยคะด้วยกัน

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำรุงสุข

การเล่นโยคะสามารถช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข ปราศจากความเครียด การนอนไม่หลับ และแก้อาการหลงลืม การเล่นโยคะช่วยบำรุงสุขอะไรได้บ้าง

  • บรรเทาอาการคลายเครียด ปัจจุบันโรคเครียดเกิดขึ้นกับทุกคน โดยเฉพาะวัยหนุ่ม สาว วัยทำงาน ที่มีความเครียดสะสมจากการทำงาน การเล่นโยคะสามารถช่วยลดอาการความเครียดได้ในระดับหนึ่ง
  • แก้โรคนอนไม่หลับ ภาวะการนอนไม่หลับ มาจากความเครียด มีเรื่องให้ต้องคิดตลอดเวลา หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ใช้ชีวิตตอนกลางคืนติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ติดละคร ติดซีรีส์ การเล่นโยคะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงาน ส่งผลให้นอนหลับง่ายในตอนกลางคืน
  • แก้อาการหลงลืม โยคะเป็นศาสตร์แห่งการออกกำลัง ฝึกสมาธิผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย พร้อมกำหนดลมหายใจ มีสติ สมาธิ อยู่ที่ลมหายใจ เมื่อฝึกเล่นโยคะบ่อย ๆ จะช่วยให้มีความจำดีขึ้น และมีสติมากขึ้นกว่าเดิม

โยคะ ถือเป็นศาสตร์สำคัญอีกแขนงหนึ่ง ที่ช่วยทั้งบำบัดโรค บำรุงสุข ส่งผลดีสำหรับผู้เล่นเกือบทุกด้าน สำหรับคนที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ลองให้โยคะบำบัด ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ แล้วคุณจะรู้ว่าการเล่นโยคะสามารถช่วยคุณได้

ความแตกต่างระหว่างโยคะแต่ละประเภท กับคุณประโยชน์ของโยคะ ที่คุณควรรู้

โยคะ เป็นศาสตร์แห่งการออกกำลังกาย และเป็นศาสตร์แห่งการบำบัด การเล่นโยคะที่เห็นผล ควรเลือกเล่นให้ตรงตามประเภทของโยคะ โยคะมีหลายประเภท มีประเภทอะไรบ้างนั้นมาทำความรู้จักกันเลย

ผอมสวยด้วยโยคะ โยคะสำหรับออกกำลังกายลดความอ้วน

  • โยคะร้อน (Bikram Yoga) โยคะร้อน เป็นการเล่นโยคะในอุณหภูมิห้องที่มีความสูงประมาณ 37 องศา โยคะประเภทนี้สามารถทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นมากขึ้น เพิ่มความกระชับให้กับกล้ามเนื้อทุกส่วน ขจัดของเสียออกมาในรูปแบบของเหงื่อได้มากขึ้น จึงช่วยในเรื่องของการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การเล่นเพื่อลดความอ้วน นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดต่าง ๆ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ช่วยระบบการหมุนเวียนของเลือด สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนัก โยคะร้อนถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
  • วินยาสะโยคะ (Vinyasa Yoga) วินยาสะโยคะ เป็นการเล่นโยคะที่ใช้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก อย่างช้า ๆ เปลี่ยนจากท่าหนึ่งไปสู่อีกท่าหนึ่งโยคะประเภทนี้เหมาะสำหรับการเล่นเพื่อลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก เพราะมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา และยังทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความกระฉับกระเฉง ช่วยลดความตรึงเครียด และมีสมาธิมากขึ้น

สุขภาพดีด้วยโยคะ โยคะเพื่อดูแลสุขภาพ

  • หฐโยคะ (Hatha Yoga) หฐโยคะ เป็นการเล่นโยคะเน้นท่าที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย พร้อมกับฝึกพลังลมปราณ ควบคุมลมหายใจ เข้า – ออก เพื่อให้เข้าถึงพลังจิตใจของตัวเอง โยคะประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกความอดทน และเข้าถึงจิตใจของตนเอง
  • อัษฎางค์โยคะ (Ashtanga Yoga) อัษฎางค์โยคะ เป็นการเล่นโยคะแบบท่ายาก หรือที่เราเห็นกันบ่อย ๆ เช่น มือค้ำยันพื้น แล้วยกขาชี้ฟ้า โยคะประเภทนี้ท่าฝึกไม่เยอะ แต่ละท่าเน้นความแข็งแรงเป็นหลัก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูก และกล้ามเนื้อ สำหรับคนที่ชอบความสตรอง แนะนำว่าต้องลอง
  • หยิน โยคะ (Yin Yoga) หยิน โยคะ เป็นการเล่นโยคะแบบค้างไว้เป็นเวลานาน ๆ และเปลี่ยนท่าอย่างเชื่องช้า แบบเนิบ ๆ เพื่อเป็นการฝึกสมาธิไปในตัว การเล่น หยิน โยคะ ทำให้ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ และเนื้อเยื่อ มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ หยิน โยคะ ยังเป็นศาสตร์แห่งการบำบัดสำหรับคนใจร้อน แนะนำว่าใครใจร้อนรีบมาบำบัดกับ หยิน โยคะ โดยด่วน
  • โยคะธรรมดา (Gentle Yoga) โยคะธรรมดา เป็นการเล่นโยคะสำหรับมือใหม่หัดเล่น เน้นท่าพื้นฐานเบื้องต้นแบบเบา ๆ ฝึกปรับระดับลมหายใจ เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ร่างกาย โยคะธรรมดา ช่วยรักษาอาการปวดตามข้อต่าง ๆ สำหรับมนุษย์ออฟฟิศทั้งหลาย ที่เสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรม ขอแนะนำว่าควรอย่างยิ่ง

โยคะ เหมาะสำหรับผู้เล่น ทุกเพศ ทุกวัย โยคะมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แต่งต่างกันไป ทั้งโยคะเพื่อสุขภาพ โยคะเพื่อการบำบัด หรือโยคะเพื่อการออกกำลังกาย  ผู้สนใจควรหาเวลาว่างฝึกเล่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ

ช่วงเวลาดี ๆ สำหรับการเล่นโยคะ กับสถานที่สุดชิลล์ โชว์ลีลาการเล่นโยคะ

                โยคะ เป็นการออกกำลังกายแบบยืดเส้นยืดสาย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการออกกำลังกาย โดยทั่วไปจะเป็นช่วงเช้า หรือช่วงเย็น แต่สำหรับการเล่นโยคะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นโยคะคือช่วงเช้า การเล่นโยคะช่วงเช้าดีอย่างไร เรามีมาบอกกัน

เช้านี้อากาศสดใส เป็นช่วงเวลาดี ๆ ของการเล่นโยคะ

  • เช้านี้อากาศดี การเล่นโยคะเป็นการฝึกสมาธิ กำหนดลมหายใจ เข้า – ออก เชื่อว่าการเล่นโยคะช่วงเช้าจะทำให้เราได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ จากการฝึกกำหนดลมหาย ช่วยบริหารปอดได้เป็นอย่างดี
  • สลัดความเกียจคร้าน ตื่นนอนในตอนเช้า การหลับในช่วงเช้าเป็นสุดยอดของการนอนหลับแบบมีความสุข จนไม่อยากตื่นนอนในตอนเช้า แต่การเล่นโยคะในช่วงเช้า ช่วยฝึกวินัยการตื่นนอน ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว ว่องไว ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ลองพยายามฝึกตัวเองให้ตื่นเช้าดู แล้วจะรู้ว่าดีต่อสุขภาพแค่ไหน
  • สมองโปร่ง จิตใจแจ่มใส่ การเล่นโยคะ หรือแม้แต่การออกกำลังกายประเภทอื่นในยามเช้า จะทำร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา คือสารเอ็นดอร์ฟิน ที่ทำให้ร่างกายสดชื่น มีพลังด้านบวก พร้อมจิตใจที่แจ่มใส่
  • หุ่นดีด้วยระบบเผาผลาญ ใครที่ต้องการเผาผลาญพลังงานจำนวนมาก ขอบอกเลยว่าการเล่นโยคะตอนเช้าสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีที่สุด
  • ตื่นเช้าไม่อด ทานอาหารให้เป็นเวลา การตื่นเช้า ๆ มาเล่นโยคะ ช่วยสร้างวินัยให้อีกอย่างหนึ่ง คือรับประทานอาหารได้ตรงตามเวลา โรคกระเพาะไม่ถามหาแน่นอน
  • หลับสบาย เพราะออกกำลังกาย ผลจาการตื่นขึ้นมาเล่นโยคะในตอนเช้า มีการเผาผลาญพลังงานออกไป ส่งผลให้หลับสบายมากขึ้นในตอนกลางคืน
  • หัวใจทำงานปกติ การเล่นโยคะ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต ได้เป็นอย่างดี

สถานที่สุดชิลล์  โชว์ลีลาการเล่นโยคะ

การเล่นโยคะ ส่วนใหญ่นิยมเล่นใน Studio เพราะมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งสถานที่สะดวก สบาย และเอื้ออำนวย นอกจากนี้ยังมีคลาสเรียนมากมายให้เลือกเรียนได้ตามใจชอบ สำหรับคนที่เล่นโยคะเก่ง และชำนาญแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศหาสถานที่ดี ๆ โชว์ลีลาท่วงท่า เพิ่มความสนุกในการเล่นโยคะให้มากขึ้น เรามีไอเดียดี ๆ มาแนะนำ กับสถานที่เล่นโยคะแบบ Outdoors

  • สำหรับผู้รักความสงบ ลองเปลี่ยนบรรยาศไปเล่นโยคะ ท่ามกลางขุนเขา ทะเลหมอก ริมแม่น้ำ ทะเลสาบ สร้างความเก๋ ให้กับการเล่นโยคะไปอีกแบบหนึ่ง
  • สำหรับผู้ที่รักอิสระ มีความสดใสอยู่ในตัว เพิ่มความอินดี้ให้กับโยคะ ลองหันมาเล่นโยคะตามริมทะเล ที่เต็มไปด้วยหาดทรายขาว น้ำใส Aloha กันให้เต็มที่
  • สำหรับผู้ที่มีความอบอุ่น อยู่ในหัวใจ พื้นหญ้าสีเขียวขจี้ มีน้ำค้างหยดอยู่บนยอดหญ้า สร้างมนตร์เสน่ห์ให้กับการเล่นโยคะแบบคลาสสิค

การเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายทางเลือกหนึ่ง ส่งผลดีกับเราเกือบทุกด้าน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการเล่นโยคะ ควรเลือกเล่นในช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงจะส่งผลดีอีกเช่นกัน

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นโยคะ กับสิ่งของที่ต้องมี สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะ

สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะ อาจยังไม่ทราบว่าควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนการเล่นโยคะ หรือต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักการเล่นโยคะให้มากขึ้น

5 สิ่งที่ควรรู้ สำหรับมือใหม่ หัดเล่นโยคะ

  1. ข้อควรระวังสำหรับผู้เล่นโยคะ การเล่นโยคะจริง ๆ แล้ว สามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน สตรีมีครรภ์ หรือผู้สูงอายุ การเล่นโยคะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเล่นดีที่สุด
  2. สถานที่เล่นโยคะ การเล่นโยคะสถานที่เริ่มเรียนครั้งแรกย่อมสำคัญกับมือใหม่หัดเล่น ความประทับใจในการเล่นครั้งแรก จะบอกว่าควรหยุดเล่นหรือเล่นต่อไป ดังนั้นควรศึกษาหาข้อมูล สถานที่เล่นโยคะแต่ละแห่งให้ดี เลือกที่ชอบ ที่ใช่ และสะดวก สบาย ในการเดินทาง
  3. ช่วงเวลาการเล่นโยคะที่เหมาะสม การเล่นโยคะ สามารถเรียนได้ทุกช่วงเวลา แต่ขอแนะนำว่าควรเรียนก่อน หรือหลังรับประทานอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเป็นลม และการจุกเสียดท้อง
  4. การแต่งกายให้เหมาะสม สถานที่เรียนโยคะมีมากมาย เราควรเลือกแต่งกายให้เหมาะสม กับสถานที่ที่เข้าเรียน เช่นใน Studio สามารถแต่งตัวได้ตามสไตล์คุณเกือบทุกรูปแบบ แค่ไม่เป็นอุปสรรคในการเล่นโยคะก็พอ หรือเล่นโยคะแบบ Outdoors ขอแนะนำว่าควรแต่งกายให้มิดชิดนิดหน่อย แต่สามารถเล่นโยคะได้เหมือนเดิม
  5. อุปกรณ์ในการเล่นโยคะ ก่อนการเล่นโยคะเราควรทราบเบื้องต้น ว่าควรเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง เช่น เสื่อโยคะ เข็มขัดโยคะ เชือก ผ้าขนหนู และเก้าอี้ เป็นต้น

อุปกรณ์ที่มือใหม่หัดเล่นโยคะควรมี

เริ่มกันที่ชิ้นแรกเลย นั่นคือ เสื่อโยคะ ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก สำหรับการออกกำลังกายเล่นโยคะ เพราะทุกท่วงท่าของการเล่นโยคะ อยู่บนเสื่อเกือบทั้งหมด ควรเลือกเสื่อโยคะที่ดี กันลื่น หนาพอรองรับน้ำหนัก กันกระแทก ได้ดี ราคาเสื่อโยคะ มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน เลือกได้ตามใจทุนทรัพย์ของแต่ละคน

ส่วนชิ้นต่อไปคือ เข็มขัดโยคะ เพิ่มท่วงท่าที่สวยงามในการเล่นโยคะ เข็มขัดโยคะช่วยในการเล่นท่าที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายสูง เทคนิคการเลือกเข็มขัดควรเลือกให้เหมาะกับความสูงของผู้เล่น และไม่ควรเลือกเส้นที่มีความลื่น

มาถึงของใช้ส่วนตัวอย่าง ผ้าขนหนูกันบ้างหลายคนอาจคิดว่าผ้าขนหนูใช้ทำอะไร ผ้าขนหนูใช้สำหรับเล่นโยคะได้หลายอย่าง เช่น ใช้เป็นผ้าปูรองนั่ง ปูรองนอน หรือใช้รองศีรษะ และอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ชุดเล่นโยคะ ได้แก่ เสื้อกีฬา และกางเกงกีฬา เพราะเป็นส่วนสำคัญในการเล่นโยคะ เนื่องจากโยคะเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นในร่างกายเสื้อผ้าที่เลือกจึงควรยืดหยุ่นได้ และเข้ากับสรีระของตัวเองด้วย

สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะทั้งหลาย ก่อนเล่นโยคะควรทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับโยคะก่อนการเข้าเรียนดีที่สุด เพราะจะทำให้เข้าใจการเล่นง่ายขึ้น และสนุกไปกับการเล่นโยคะ

เทรนด์ชุดออกกำลังกายแบบแฟชั่นนิสต้า แต่งตัวเล่นโยคะอย่างไรไม่ให้เอาท์

ปัจจุบันคนเริ่มหันมาสนใจ ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว การออกกำลังกายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่คนรักสุขภาพหันมาใส่ใจ การออกกำลังกายมีหลายประเภท การเลือกชุดออกกำลังกายให้เหมาะสม กับประเภทการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกชุดออกกำลังกาย สำหรับเล่นโยคะเบื้องต้น

ขั้นตอนการเลือกชุดเล่นโยคะ เลือกอย่างไรไม่ให้เอาท์

เริ่มจากการ เลือกชุดที่เหมาะสมกับสถานที่เล่นโยคะ การเล่นโยคะ ไม่จำเป็นต้องเล่นใน Studio เพียงอย่างเดียว แต่การเล่นโยคะยังสามารถเล่น Outdoors ได้เช่นกัน การแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นตอนต่อไป เลือกชุดที่ใส่แล้วคิดว่าสบาย การเล่นโยคะใช้ร่างกายเกือบทุกส่วนในการเคลื่อนไหว ควรเลือกชุดที่ใส่แล้วให้ความรู้สึกสบาย สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว เช่น เสื้อยืดแขนสั้นพอดีตัว กับกางเกงขายาว หรือกางเกงขาสั้น เพียงเท่านี้ก็สามารถเล่นโยคะได้แล้ว สำหรับขั้นตอนต่อไป ควรเลือกชุดที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายโดยเฉพาะ คือเลือกชุดที่ผลิตด้วยผ้ากีฬา เพราะชุดกีฬาที่เหมาะสำหรับการใส่เล่นโยคะ จะต้องมีเนื้อผ้าที่โปร่ง สบาย สามารถซับเหงื่อ แห้งง่าย

เทคนิคการเลือกชุดขั้นตอนต่อไป เลือกชุดที่ไม่โป๊ หรือวาบหวิวจนเกินไป การเล่นโยคะเป็นการฝึกสมาธิชนิดหนึ่ง หากมีบางอย่างหลุดรอดออกมา อาจไปเตะตาเพื่อน ๆ ร่วมคลาส หรือทำลายสมาธิคุณครูได้ การเลือกชุดที่มีความหลากหลาย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้การเล่นโยคะสนุกมากขึ้น เพราะไม่ต้องใส่ชุดเดิม ๆ จำเจ แถมยังเพิ่มความมั่นใจขึ้นอีก ลองเลือกชุดที่หลากหลายแล้ว Mix & Match หาชุดที่ชอบตามสไตล์คุณ และการเลือกชุดขั้นตอนสุดท้ายคือ เลือกชุดที่ใส่แล้วมั่นใจ หากคุณมีชุดในดวงใจใส่แล้วมั่นใจ สามารถเล่นโยคะได้ คนรอบข้างโอเค ก็สามารถใส่ได้เช่นกัน

แนะนำเทคนิคการเลือกชุดเล่นโยคะแบบเก๋ ๆ

วันนี้เรามาแนะนำเทคนิคการเลือกชุดออกกำลังกายเล่นโยคะ สำหรับสาว ๆ แต่ละสไตล์มาฝากกัน ใครถูกใจสไตล์ไหนลองไปดูกัน

  • สาวมั่น การเลือกชุดสไตล์สาวมั่น ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวมั่นจะใส่อะไรก็มั่น ขอแนะนำเป็นสปอร์ตบราสีสวยเข้ากับกางเกงขายาว เลือกสีให้ Mix & Match ได้ตามใจสาวมั่น
  • สาวสตรอง สำหรับสาวสตรองที่มีลุคของการออกกำลัง แข็งแรง สตรองสมชื่อ เราขอแนะนำการแต่งตัวเป็น เสื้อกล้ามแขนกุด กางเกงขายาว ส่วนสีสันก็จัดตามใจชอบของแต่ละคน
  • สาวเปรี้ยว แนะนำแบบน่ารัก ๆ พอจี้ด ๆ เป็นเสื้อครอป มีสายไขว้หลัง พร้อมกางเกงขาสั้น แนะนำว่าอย่าโป๊มาก เดี๋ยวจะรบกวนสมาธิคนอื่นได้

ปัจจุบันเทรนด์การออกกำลังกายกำลังมาแรง เทรนด์การแต่งตัวออกกำลังกายก็มาแรงไม่แพ้กัน สำหรับใครที่หันมารักสุขภาพ เริ่มออกกำลังกาย อย่าลืมหาชุดออกกำลังกายสวย ๆ ใส่เพื่อเพิ่มสีสันให้กับการออกกกำลังกายกัน

แนะนำ 5 ท่าเล่นโยคะพื้นฐานใคร ๆ ก็เล่นได้ คุณเองก็สามารถเล่นได้เช่นกัน

โยคะ เป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง ที่ช่วยในเรื่องของการเผาผลาญ ทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น หุ่นฟิตเฟิร์ม และกระชับมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกสมาธิอีกแบบหนึ่ง การมีสมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจ เข้า – ออก คล้ายกับการนั่งสมาธิ เมื่อกายเราสมดุล จิตใจเรามั่นคง จึงก่อให้เกิดสมาธิ เสริมสร้างบุคลิกที่ดี

แนะนำ 5 ท่าเล่นโยคะพื้นฐาน ใคร ๆ ก็เล่นได้

  1. ท่าแห่งความสุข แค่ชื่อก็สุขแล้ว เล่นได้ง่าย ๆ คล้ายกับการนั่งสมาธิ คือ นั่งขัดสมาธิ แล้วหงายมือทั้งสองข้างวางบนเข่า จากนั้นกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก ค่อย ๆ ยกแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ แล้วทำซ้ำ ท่านี้ ช่วยสร้างภูมิต้านทาน กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  2. ท่าต้นไม้ เป็นท่ายอดฮิตที่เราเคยเห็นบ่อย ๆ เป็นท่ายืนตัวตรง แล้วยกมือทั้งสองข้างประกบกันเหนือศรีษะ เหมือนการไหว้ จากนั้นยกขาขวาขึ้น แล้ววางฝ่าเท้าขาวให้ขนานกับต้นขาซ้าย ท่านี้ ช่วยในเรื่อง การสร้างสมดุลร่างกาย ลดอาการปวดหลัง และช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหาร อารมณ์ดีไม่เครียด
  3. ท่าธนู วิธีเล่นท่านี้คือ นอนคว่ำหน้า แล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้น ใช้มือทั้งสองข้างจับที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง พร้อมยกลำตัวขึ้นจากพื้น คล้ายคันธนู ท่านี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง
  4. ท่าเด็ก ท่านี้เล่นง่ายมาก เริ่มจากนั่งคุกเข่าทับส้นเท้า ยกมือทั้งสองข้างให้ขนานกับพื้น แล้วโน้มตัวลงไปข้างหน้าให้ฝ่ามือทั้งสองข้างแนบกับพื้น เหยียดแขนให้สุด จากนั้นกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก ประโยชน์ของท่าเด็กจะช่วยลดอาการปวดคอ ปวดหลัง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อช่วงสะโพก ลงมาที่ต้นขา และข้อเท้า
  5. ท่าแยกขาก้มตัว สำหรับท่านี้แค่นั่งหลังตรง เหยียดขาไปข้างหน้า จากนั้นค่อย ๆ แยกขาออกจากกันเท่าที่ทำได้ พร้อมกับก้มตัวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ท่านี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อเกือบทุกส่วน กระตุ้นระบบประสาท การไหลเวียนโลหิต ปรับกระดูกสันหลังคด

เล่นโยคะ แล้วดีอย่างไร ทำไมใคร ๆ ถึงเล่นกัน

                โยคะ โดยทั่วไปหลาย ๆ คนอาจคิดว่าเป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง เล่นเพื่อลดความอ้วน รักษารูปร่าง แต่จริง ๆ แล้วโยคะมีประโยชน์มากกว่าที่คิด อาทิ

  • ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น ตัวอ่อนมากขึ้น และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว
  • ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
  • สร้างความสมดุลให้กับร่างกาย มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น
  • ช่วยในเรื่องการหายใจ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าโยคะเป็นการฝึกสมาธิแบบหนึ่ง กำหนดลมหายใจ เข้า – ออก
  • โยคะบำบัด นอกจากเป็นศาสตร์ในเรื่องของการออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นศาสตร์ของการบำบัดอีกเช่นกัน คือ มีสติ สมาธิ ไม่เครียด และผ่อนคลาย

การเล่นโยคะที่เรามาแนะนำ เป็นเพียงท่าเล่นพื้นฐานบางส่วนเท่านั้น ซึ่งสามารถหัดเล่นเองได้ที่บ้าน หากใครที่กำลังมองหาวิธีออกกำลังกาย หรือฝึกสมาธิ โยคะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ