โยคะเบียร์ ศาสตร์ประยุกต์ของการออกกำลังกาย เอาใจนักดื่มสายปาร์ตี้รักสุขภาพ

สำหรับนักดื่มทั้งหลาย วันนี้เรามีวิธีการออกกำลังกายแบบใหม่มาแนะนำ ที่จะทำให้คุณมีสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กับการดื่ม โดยเฉพาะนักดื่มคอเบียร์ รับรองว่าคุณจะต้องหันมารักสุขภาพ อยากออกกำลังกายอย่างแน่นอน ซึ่งการออกกำลังกายแบบใหม่ที่จะมาแนะนำวันนี้ เป็นเรื่องของโยคะกับการดื่มเบียร์ สองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร ไปหาคำตอบกันได้เลย

ดื่มไป เล่นไป แค่นี้ก็เบิร์นไขมันได้

“โยคะเบียร์” หลายคนอาจสงสัย และยังคงงง ๆ ว่าเบียร์กับโยคะมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร สำหรับวันนี้เรามีคำตอบมาบอก เป็นที่ทราบกันดีว่าโยคะเป็นศาสตร์แห่งการออกกำลังกายแบบบำบัด เป็นการฝึกกำหนดลมหายใจ ผ่านการคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อให้เกิดสติ และสมาธิ ส่วนเบียร์จัดได้ว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทของมึนเมา ที่อาจทำให้ขาดสติได้ชั่วคราว แต่ก็มีประโยชน์ทางอ้อมอยู่เหมือนกัน คือสามารถป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบสูบฉีดเลือดไหลเวียนดี และยังบำบัดความเครียดได้อีกเช่นกัน เพราะเชื่อว่าดื่มเบียร์แล้วจะทำให้อารมณ์ดี สุนทรีย์ไปกับการดื่มเบียร์

“โยคะเบียร์” เป็นการเล่นโยคะแบบใหม่ ที่ทำให้จิตใจสงบลงเมื่อได้ดื่มเบียร์ หรืออาจเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ เช่น ไวน์ โยคะเบียร์ถือเป็นการเล่นโยคะแบบประยุกต์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและมาแรงไม่แพ้โยคะประเภทอื่น สำหรับสายโยคะ หรือสายดื่มตัวยงไม่ควรพลาดที่จะลองเล่นโยคะเบียร์เป็นอันขาด

สายเฮลตี้ หรือสายปาร์ตี้ ไม่ว่าจะสายไหนก็เล่นโยคะได้

                การเล่นโยคะเบียร์ กำลังเป็นที่สนใจของคนชอบออกกำลังกายจำนวนมาก เริ่มมีคลาสเปิดสอนในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่เริ่มมีได้ไม่นาน สำหรับวิธีการเล่นโยคะเบียร์นั้นไม่ยาก เพียงแค่คุณมีพื้นฐานการเล่นท่าโยคะต่าง ๆ มาบ้างแล้ว พร้อมกับอุปกรณ์ประกอบการเล่นชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้นั้นก็คือเบียร์ เริ่มการเล่นโยคะเบียร์ โดยผู้เล่นออกท่าทางการเล่นโยคะท่าต่าง ๆ ไปพร้อมกับใช้เบียร์เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเล่นท่าโยคะ เช่น ช่วยในการทรงตัว หรือการเพ่งสมาธิ และในระหว่างที่ออกลวดลายเล่นท่าโยคะต่าง ๆ ผู้เล่นสามารถจิบเบียร์ไปพลาง ๆ ได้ แต่ขอแนะนำว่าไม่ควรจิบเยอะจนเมา เอาแค่พอกึ่ม ๆ ให้มีสติไปกับการฝึกสมาธิ และจิตใจเข้าถึงความสงบไปพร้อม ๆ กับการจิบเบียร์

ข้อดีของการเล่นโยคะเบียร์ คือทำให้ผู้เล่นมีสติ สมาธิ มากขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรง ได้ยืดเส้นยืดสายเล่นท่าโยคะ อีกทั้งสุขภาพดี พักผ่อนหลับสบาย รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี จากการได้จิบเบียร์ และสนุกสนานไปกับปาร์ตี้ดื่มเบียร์พร้อมกับเพื่อน ๆ ร่วมคลาส เปลี่ยนบรรยากาศการออกกำลังกายที่น่าเบื่อ ให้น่าสนใจมากขึ้น ถือได้ว่าโยคะเบียร์เป็นการประยุกต์วิธีการออกกำลังกายเพื่อเอาใจสายดื่ม สายปาตี้ ให้หันมารักสุขภาพโดยเฉพาะ หากคุณเป็นนักดื่มสายเฮลตี้ไม่ควรพลาดปาตี้ “โยคะเบียร์”

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำบัดทุกข์ ศาสตร์แห่งการบำรุงสุข เป็นศาสตร์แห่งทางเลือก

สังคมในยุคปัจจุบันก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 เป็นสังคมแห่งการก้มหน้าเข้าหาเทคโนโลยีมากขึ้น ทุกคนต่างใช้ชีวิตเร่งรีบไปกับการทำงาน แข่งขันกับเวลา จนทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุของการเจ็บไข้ได้ป่วย ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ โยคะจึงเป็นศาสตร์ทางเลือก ที่ถูกนำมาใช้ในการบำบัด ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำบัดทุกข์

                โยคะบำบัด เป็นทางเลือกสำหรับช่วยในการบำบัดอาการของโรคต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์สมัยใหม่เท่านั้น เราสามารถใช้โยคะเพื่อดูแลสุขภาพร่างกาย และจิตใจ ให้ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ โยคะช่วยบำบัดโรคอะไรบ้าง วันนี้เรามีมาแนะนำ

  1. โยคะบำบัดต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์มีความสำคัญต่อร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ หากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ ผิดปกติเช่นกัน โยคะบำบัดโรคต่อมไทรอยด์อย่างไร เพียงแค่การฝึกกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก อย่างช้า ๆ ก็ช่วยทำให้ระบบสูบฉีดเลือด และระบบหมุนเวียนพลังงานดีขึ้น
  2. โยคะบำบัดโรคไต โรคไตเกิดจากภาวะการทำงานผิดปกติของไต ไตทำงานได้ลดลง การเล่นโยคะพื้นฐานโดยเฉพาะท่าแห่งความสุข สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของไตให้ดีขึ้นได้
  3. โยคะบำบัดแก้หมอนรองกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม อาการโดยทั่วจะรู้สึกชาที่ขาและเท้า รวมถึงอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ถึงขั้นเดินไม่ได้ สำหรับผู้ที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม ขอแนะนำให้เล่นโยคะควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ จะช่วยให้อาการของโรคหายเร็วยิ่งขึ้น
  4. โยคะบำบัดออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ต้องประสบปัญหากับอาการออฟฟิศซินโดรมเป็นส่วนใหญ่ ชอบมีอาการปวดไหล่ ปวดคอ และปวดหลัง การเล่นโยคะมีหลายท่า ที่ช่วยทำให้อาการเหล่านี้หายลงได้ แล้วอย่าลืมช่วนเพื่อนที่ทำงานมาเล่นโยคะด้วยกัน

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำรุงสุข

การเล่นโยคะสามารถช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข ปราศจากความเครียด การนอนไม่หลับ และแก้อาการหลงลืม การเล่นโยคะช่วยบำรุงสุขอะไรได้บ้าง

  • บรรเทาอาการคลายเครียด ปัจจุบันโรคเครียดเกิดขึ้นกับทุกคน โดยเฉพาะวัยหนุ่ม สาว วัยทำงาน ที่มีความเครียดสะสมจากการทำงาน การเล่นโยคะสามารถช่วยลดอาการความเครียดได้ในระดับหนึ่ง
  • แก้โรคนอนไม่หลับ ภาวะการนอนไม่หลับ มาจากความเครียด มีเรื่องให้ต้องคิดตลอดเวลา หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ใช้ชีวิตตอนกลางคืนติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ติดละคร ติดซีรีส์ การเล่นโยคะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงาน ส่งผลให้นอนหลับง่ายในตอนกลางคืน
  • แก้อาการหลงลืม โยคะเป็นศาสตร์แห่งการออกกำลัง ฝึกสมาธิผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย พร้อมกำหนดลมหายใจ มีสติ สมาธิ อยู่ที่ลมหายใจ เมื่อฝึกเล่นโยคะบ่อย ๆ จะช่วยให้มีความจำดีขึ้น และมีสติมากขึ้นกว่าเดิม

โยคะ ถือเป็นศาสตร์สำคัญอีกแขนงหนึ่ง ที่ช่วยทั้งบำบัดโรค บำรุงสุข ส่งผลดีสำหรับผู้เล่นเกือบทุกด้าน สำหรับคนที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ลองให้โยคะบำบัด ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ แล้วคุณจะรู้ว่าการเล่นโยคะสามารถช่วยคุณได้

ความแตกต่างระหว่างโยคะแต่ละประเภท กับคุณประโยชน์ของโยคะ ที่คุณควรรู้

โยคะ เป็นศาสตร์แห่งการออกกำลังกาย และเป็นศาสตร์แห่งการบำบัด การเล่นโยคะที่เห็นผล ควรเลือกเล่นให้ตรงตามประเภทของโยคะ โยคะมีหลายประเภท มีประเภทอะไรบ้างนั้นมาทำความรู้จักกันเลย

ผอมสวยด้วยโยคะ โยคะสำหรับออกกำลังกายลดความอ้วน

  • โยคะร้อน (Bikram Yoga) โยคะร้อน เป็นการเล่นโยคะในอุณหภูมิห้องที่มีความสูงประมาณ 37 องศา โยคะประเภทนี้สามารถทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นมากขึ้น เพิ่มความกระชับให้กับกล้ามเนื้อทุกส่วน ขจัดของเสียออกมาในรูปแบบของเหงื่อได้มากขึ้น จึงช่วยในเรื่องของการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การเล่นเพื่อลดความอ้วน นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดต่าง ๆ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ช่วยระบบการหมุนเวียนของเลือด สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนัก โยคะร้อนถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
  • วินยาสะโยคะ (Vinyasa Yoga) วินยาสะโยคะ เป็นการเล่นโยคะที่ใช้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก อย่างช้า ๆ เปลี่ยนจากท่าหนึ่งไปสู่อีกท่าหนึ่งโยคะประเภทนี้เหมาะสำหรับการเล่นเพื่อลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก เพราะมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา และยังทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความกระฉับกระเฉง ช่วยลดความตรึงเครียด และมีสมาธิมากขึ้น

สุขภาพดีด้วยโยคะ โยคะเพื่อดูแลสุขภาพ

  • หฐโยคะ (Hatha Yoga) หฐโยคะ เป็นการเล่นโยคะเน้นท่าที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย พร้อมกับฝึกพลังลมปราณ ควบคุมลมหายใจ เข้า – ออก เพื่อให้เข้าถึงพลังจิตใจของตัวเอง โยคะประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกความอดทน และเข้าถึงจิตใจของตนเอง
  • อัษฎางค์โยคะ (Ashtanga Yoga) อัษฎางค์โยคะ เป็นการเล่นโยคะแบบท่ายาก หรือที่เราเห็นกันบ่อย ๆ เช่น มือค้ำยันพื้น แล้วยกขาชี้ฟ้า โยคะประเภทนี้ท่าฝึกไม่เยอะ แต่ละท่าเน้นความแข็งแรงเป็นหลัก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูก และกล้ามเนื้อ สำหรับคนที่ชอบความสตรอง แนะนำว่าต้องลอง
  • หยิน โยคะ (Yin Yoga) หยิน โยคะ เป็นการเล่นโยคะแบบค้างไว้เป็นเวลานาน ๆ และเปลี่ยนท่าอย่างเชื่องช้า แบบเนิบ ๆ เพื่อเป็นการฝึกสมาธิไปในตัว การเล่น หยิน โยคะ ทำให้ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ และเนื้อเยื่อ มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ หยิน โยคะ ยังเป็นศาสตร์แห่งการบำบัดสำหรับคนใจร้อน แนะนำว่าใครใจร้อนรีบมาบำบัดกับ หยิน โยคะ โดยด่วน
  • โยคะธรรมดา (Gentle Yoga) โยคะธรรมดา เป็นการเล่นโยคะสำหรับมือใหม่หัดเล่น เน้นท่าพื้นฐานเบื้องต้นแบบเบา ๆ ฝึกปรับระดับลมหายใจ เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ร่างกาย โยคะธรรมดา ช่วยรักษาอาการปวดตามข้อต่าง ๆ สำหรับมนุษย์ออฟฟิศทั้งหลาย ที่เสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรม ขอแนะนำว่าควรอย่างยิ่ง

โยคะ เหมาะสำหรับผู้เล่น ทุกเพศ ทุกวัย โยคะมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แต่งต่างกันไป ทั้งโยคะเพื่อสุขภาพ โยคะเพื่อการบำบัด หรือโยคะเพื่อการออกกำลังกาย  ผู้สนใจควรหาเวลาว่างฝึกเล่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ

ช่วงเวลาดี ๆ สำหรับการเล่นโยคะ กับสถานที่สุดชิลล์ โชว์ลีลาการเล่นโยคะ

                โยคะ เป็นการออกกำลังกายแบบยืดเส้นยืดสาย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการออกกำลังกาย โดยทั่วไปจะเป็นช่วงเช้า หรือช่วงเย็น แต่สำหรับการเล่นโยคะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นโยคะคือช่วงเช้า การเล่นโยคะช่วงเช้าดีอย่างไร เรามีมาบอกกัน

เช้านี้อากาศสดใส เป็นช่วงเวลาดี ๆ ของการเล่นโยคะ

  • เช้านี้อากาศดี การเล่นโยคะเป็นการฝึกสมาธิ กำหนดลมหายใจ เข้า – ออก เชื่อว่าการเล่นโยคะช่วงเช้าจะทำให้เราได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ จากการฝึกกำหนดลมหาย ช่วยบริหารปอดได้เป็นอย่างดี
  • สลัดความเกียจคร้าน ตื่นนอนในตอนเช้า การหลับในช่วงเช้าเป็นสุดยอดของการนอนหลับแบบมีความสุข จนไม่อยากตื่นนอนในตอนเช้า แต่การเล่นโยคะในช่วงเช้า ช่วยฝึกวินัยการตื่นนอน ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว ว่องไว ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ลองพยายามฝึกตัวเองให้ตื่นเช้าดู แล้วจะรู้ว่าดีต่อสุขภาพแค่ไหน
  • สมองโปร่ง จิตใจแจ่มใส่ การเล่นโยคะ หรือแม้แต่การออกกำลังกายประเภทอื่นในยามเช้า จะทำร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา คือสารเอ็นดอร์ฟิน ที่ทำให้ร่างกายสดชื่น มีพลังด้านบวก พร้อมจิตใจที่แจ่มใส่
  • หุ่นดีด้วยระบบเผาผลาญ ใครที่ต้องการเผาผลาญพลังงานจำนวนมาก ขอบอกเลยว่าการเล่นโยคะตอนเช้าสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีที่สุด
  • ตื่นเช้าไม่อด ทานอาหารให้เป็นเวลา การตื่นเช้า ๆ มาเล่นโยคะ ช่วยสร้างวินัยให้อีกอย่างหนึ่ง คือรับประทานอาหารได้ตรงตามเวลา โรคกระเพาะไม่ถามหาแน่นอน
  • หลับสบาย เพราะออกกำลังกาย ผลจาการตื่นขึ้นมาเล่นโยคะในตอนเช้า มีการเผาผลาญพลังงานออกไป ส่งผลให้หลับสบายมากขึ้นในตอนกลางคืน
  • หัวใจทำงานปกติ การเล่นโยคะ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต ได้เป็นอย่างดี

สถานที่สุดชิลล์  โชว์ลีลาการเล่นโยคะ

การเล่นโยคะ ส่วนใหญ่นิยมเล่นใน Studio เพราะมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งสถานที่สะดวก สบาย และเอื้ออำนวย นอกจากนี้ยังมีคลาสเรียนมากมายให้เลือกเรียนได้ตามใจชอบ สำหรับคนที่เล่นโยคะเก่ง และชำนาญแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศหาสถานที่ดี ๆ โชว์ลีลาท่วงท่า เพิ่มความสนุกในการเล่นโยคะให้มากขึ้น เรามีไอเดียดี ๆ มาแนะนำ กับสถานที่เล่นโยคะแบบ Outdoors

  • สำหรับผู้รักความสงบ ลองเปลี่ยนบรรยาศไปเล่นโยคะ ท่ามกลางขุนเขา ทะเลหมอก ริมแม่น้ำ ทะเลสาบ สร้างความเก๋ ให้กับการเล่นโยคะไปอีกแบบหนึ่ง
  • สำหรับผู้ที่รักอิสระ มีความสดใสอยู่ในตัว เพิ่มความอินดี้ให้กับโยคะ ลองหันมาเล่นโยคะตามริมทะเล ที่เต็มไปด้วยหาดทรายขาว น้ำใส Aloha กันให้เต็มที่
  • สำหรับผู้ที่มีความอบอุ่น อยู่ในหัวใจ พื้นหญ้าสีเขียวขจี้ มีน้ำค้างหยดอยู่บนยอดหญ้า สร้างมนตร์เสน่ห์ให้กับการเล่นโยคะแบบคลาสสิค

การเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายทางเลือกหนึ่ง ส่งผลดีกับเราเกือบทุกด้าน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการเล่นโยคะ ควรเลือกเล่นในช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงจะส่งผลดีอีกเช่นกัน

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นโยคะ กับสิ่งของที่ต้องมี สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะ

สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะ อาจยังไม่ทราบว่าควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนการเล่นโยคะ หรือต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักการเล่นโยคะให้มากขึ้น

5 สิ่งที่ควรรู้ สำหรับมือใหม่ หัดเล่นโยคะ

  1. ข้อควรระวังสำหรับผู้เล่นโยคะ การเล่นโยคะจริง ๆ แล้ว สามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน สตรีมีครรภ์ หรือผู้สูงอายุ การเล่นโยคะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเล่นดีที่สุด
  2. สถานที่เล่นโยคะ การเล่นโยคะสถานที่เริ่มเรียนครั้งแรกย่อมสำคัญกับมือใหม่หัดเล่น ความประทับใจในการเล่นครั้งแรก จะบอกว่าควรหยุดเล่นหรือเล่นต่อไป ดังนั้นควรศึกษาหาข้อมูล สถานที่เล่นโยคะแต่ละแห่งให้ดี เลือกที่ชอบ ที่ใช่ และสะดวก สบาย ในการเดินทาง
  3. ช่วงเวลาการเล่นโยคะที่เหมาะสม การเล่นโยคะ สามารถเรียนได้ทุกช่วงเวลา แต่ขอแนะนำว่าควรเรียนก่อน หรือหลังรับประทานอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเป็นลม และการจุกเสียดท้อง
  4. การแต่งกายให้เหมาะสม สถานที่เรียนโยคะมีมากมาย เราควรเลือกแต่งกายให้เหมาะสม กับสถานที่ที่เข้าเรียน เช่นใน Studio สามารถแต่งตัวได้ตามสไตล์คุณเกือบทุกรูปแบบ แค่ไม่เป็นอุปสรรคในการเล่นโยคะก็พอ หรือเล่นโยคะแบบ Outdoors ขอแนะนำว่าควรแต่งกายให้มิดชิดนิดหน่อย แต่สามารถเล่นโยคะได้เหมือนเดิม
  5. อุปกรณ์ในการเล่นโยคะ ก่อนการเล่นโยคะเราควรทราบเบื้องต้น ว่าควรเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง เช่น เสื่อโยคะ เข็มขัดโยคะ เชือก ผ้าขนหนู และเก้าอี้ เป็นต้น

อุปกรณ์ที่มือใหม่หัดเล่นโยคะควรมี

เริ่มกันที่ชิ้นแรกเลย นั่นคือ เสื่อโยคะ ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก สำหรับการออกกำลังกายเล่นโยคะ เพราะทุกท่วงท่าของการเล่นโยคะ อยู่บนเสื่อเกือบทั้งหมด ควรเลือกเสื่อโยคะที่ดี กันลื่น หนาพอรองรับน้ำหนัก กันกระแทก ได้ดี ราคาเสื่อโยคะ มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน เลือกได้ตามใจทุนทรัพย์ของแต่ละคน

ส่วนชิ้นต่อไปคือ เข็มขัดโยคะ เพิ่มท่วงท่าที่สวยงามในการเล่นโยคะ เข็มขัดโยคะช่วยในการเล่นท่าที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายสูง เทคนิคการเลือกเข็มขัดควรเลือกให้เหมาะกับความสูงของผู้เล่น และไม่ควรเลือกเส้นที่มีความลื่น

มาถึงของใช้ส่วนตัวอย่าง ผ้าขนหนูกันบ้างหลายคนอาจคิดว่าผ้าขนหนูใช้ทำอะไร ผ้าขนหนูใช้สำหรับเล่นโยคะได้หลายอย่าง เช่น ใช้เป็นผ้าปูรองนั่ง ปูรองนอน หรือใช้รองศีรษะ และอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ชุดเล่นโยคะ ได้แก่ เสื้อกีฬา และกางเกงกีฬา เพราะเป็นส่วนสำคัญในการเล่นโยคะ เนื่องจากโยคะเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นในร่างกายเสื้อผ้าที่เลือกจึงควรยืดหยุ่นได้ และเข้ากับสรีระของตัวเองด้วย

สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะทั้งหลาย ก่อนเล่นโยคะควรทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับโยคะก่อนการเข้าเรียนดีที่สุด เพราะจะทำให้เข้าใจการเล่นง่ายขึ้น และสนุกไปกับการเล่นโยคะ

เทรนด์ชุดออกกำลังกายแบบแฟชั่นนิสต้า แต่งตัวเล่นโยคะอย่างไรไม่ให้เอาท์

ปัจจุบันคนเริ่มหันมาสนใจ ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว การออกกำลังกายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่คนรักสุขภาพหันมาใส่ใจ การออกกำลังกายมีหลายประเภท การเลือกชุดออกกำลังกายให้เหมาะสม กับประเภทการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกชุดออกกำลังกาย สำหรับเล่นโยคะเบื้องต้น

ขั้นตอนการเลือกชุดเล่นโยคะ เลือกอย่างไรไม่ให้เอาท์

เริ่มจากการ เลือกชุดที่เหมาะสมกับสถานที่เล่นโยคะ การเล่นโยคะ ไม่จำเป็นต้องเล่นใน Studio เพียงอย่างเดียว แต่การเล่นโยคะยังสามารถเล่น Outdoors ได้เช่นกัน การแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นตอนต่อไป เลือกชุดที่ใส่แล้วคิดว่าสบาย การเล่นโยคะใช้ร่างกายเกือบทุกส่วนในการเคลื่อนไหว ควรเลือกชุดที่ใส่แล้วให้ความรู้สึกสบาย สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว เช่น เสื้อยืดแขนสั้นพอดีตัว กับกางเกงขายาว หรือกางเกงขาสั้น เพียงเท่านี้ก็สามารถเล่นโยคะได้แล้ว สำหรับขั้นตอนต่อไป ควรเลือกชุดที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายโดยเฉพาะ คือเลือกชุดที่ผลิตด้วยผ้ากีฬา เพราะชุดกีฬาที่เหมาะสำหรับการใส่เล่นโยคะ จะต้องมีเนื้อผ้าที่โปร่ง สบาย สามารถซับเหงื่อ แห้งง่าย

เทคนิคการเลือกชุดขั้นตอนต่อไป เลือกชุดที่ไม่โป๊ หรือวาบหวิวจนเกินไป การเล่นโยคะเป็นการฝึกสมาธิชนิดหนึ่ง หากมีบางอย่างหลุดรอดออกมา อาจไปเตะตาเพื่อน ๆ ร่วมคลาส หรือทำลายสมาธิคุณครูได้ การเลือกชุดที่มีความหลากหลาย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้การเล่นโยคะสนุกมากขึ้น เพราะไม่ต้องใส่ชุดเดิม ๆ จำเจ แถมยังเพิ่มความมั่นใจขึ้นอีก ลองเลือกชุดที่หลากหลายแล้ว Mix & Match หาชุดที่ชอบตามสไตล์คุณ และการเลือกชุดขั้นตอนสุดท้ายคือ เลือกชุดที่ใส่แล้วมั่นใจ หากคุณมีชุดในดวงใจใส่แล้วมั่นใจ สามารถเล่นโยคะได้ คนรอบข้างโอเค ก็สามารถใส่ได้เช่นกัน

แนะนำเทคนิคการเลือกชุดเล่นโยคะแบบเก๋ ๆ

วันนี้เรามาแนะนำเทคนิคการเลือกชุดออกกำลังกายเล่นโยคะ สำหรับสาว ๆ แต่ละสไตล์มาฝากกัน ใครถูกใจสไตล์ไหนลองไปดูกัน

  • สาวมั่น การเลือกชุดสไตล์สาวมั่น ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวมั่นจะใส่อะไรก็มั่น ขอแนะนำเป็นสปอร์ตบราสีสวยเข้ากับกางเกงขายาว เลือกสีให้ Mix & Match ได้ตามใจสาวมั่น
  • สาวสตรอง สำหรับสาวสตรองที่มีลุคของการออกกำลัง แข็งแรง สตรองสมชื่อ เราขอแนะนำการแต่งตัวเป็น เสื้อกล้ามแขนกุด กางเกงขายาว ส่วนสีสันก็จัดตามใจชอบของแต่ละคน
  • สาวเปรี้ยว แนะนำแบบน่ารัก ๆ พอจี้ด ๆ เป็นเสื้อครอป มีสายไขว้หลัง พร้อมกางเกงขาสั้น แนะนำว่าอย่าโป๊มาก เดี๋ยวจะรบกวนสมาธิคนอื่นได้

ปัจจุบันเทรนด์การออกกำลังกายกำลังมาแรง เทรนด์การแต่งตัวออกกำลังกายก็มาแรงไม่แพ้กัน สำหรับใครที่หันมารักสุขภาพ เริ่มออกกำลังกาย อย่าลืมหาชุดออกกำลังกายสวย ๆ ใส่เพื่อเพิ่มสีสันให้กับการออกกกำลังกายกัน

แนะนำ 5 ท่าเล่นโยคะพื้นฐานใคร ๆ ก็เล่นได้ คุณเองก็สามารถเล่นได้เช่นกัน

โยคะ เป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง ที่ช่วยในเรื่องของการเผาผลาญ ทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น หุ่นฟิตเฟิร์ม และกระชับมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกสมาธิอีกแบบหนึ่ง การมีสมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจ เข้า – ออก คล้ายกับการนั่งสมาธิ เมื่อกายเราสมดุล จิตใจเรามั่นคง จึงก่อให้เกิดสมาธิ เสริมสร้างบุคลิกที่ดี

แนะนำ 5 ท่าเล่นโยคะพื้นฐาน ใคร ๆ ก็เล่นได้

  1. ท่าแห่งความสุข แค่ชื่อก็สุขแล้ว เล่นได้ง่าย ๆ คล้ายกับการนั่งสมาธิ คือ นั่งขัดสมาธิ แล้วหงายมือทั้งสองข้างวางบนเข่า จากนั้นกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก ค่อย ๆ ยกแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ แล้วทำซ้ำ ท่านี้ ช่วยสร้างภูมิต้านทาน กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  2. ท่าต้นไม้ เป็นท่ายอดฮิตที่เราเคยเห็นบ่อย ๆ เป็นท่ายืนตัวตรง แล้วยกมือทั้งสองข้างประกบกันเหนือศรีษะ เหมือนการไหว้ จากนั้นยกขาขวาขึ้น แล้ววางฝ่าเท้าขาวให้ขนานกับต้นขาซ้าย ท่านี้ ช่วยในเรื่อง การสร้างสมดุลร่างกาย ลดอาการปวดหลัง และช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหาร อารมณ์ดีไม่เครียด
  3. ท่าธนู วิธีเล่นท่านี้คือ นอนคว่ำหน้า แล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้น ใช้มือทั้งสองข้างจับที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง พร้อมยกลำตัวขึ้นจากพื้น คล้ายคันธนู ท่านี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง
  4. ท่าเด็ก ท่านี้เล่นง่ายมาก เริ่มจากนั่งคุกเข่าทับส้นเท้า ยกมือทั้งสองข้างให้ขนานกับพื้น แล้วโน้มตัวลงไปข้างหน้าให้ฝ่ามือทั้งสองข้างแนบกับพื้น เหยียดแขนให้สุด จากนั้นกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก ประโยชน์ของท่าเด็กจะช่วยลดอาการปวดคอ ปวดหลัง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อช่วงสะโพก ลงมาที่ต้นขา และข้อเท้า
  5. ท่าแยกขาก้มตัว สำหรับท่านี้แค่นั่งหลังตรง เหยียดขาไปข้างหน้า จากนั้นค่อย ๆ แยกขาออกจากกันเท่าที่ทำได้ พร้อมกับก้มตัวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ท่านี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อเกือบทุกส่วน กระตุ้นระบบประสาท การไหลเวียนโลหิต ปรับกระดูกสันหลังคด

เล่นโยคะ แล้วดีอย่างไร ทำไมใคร ๆ ถึงเล่นกัน

                โยคะ โดยทั่วไปหลาย ๆ คนอาจคิดว่าเป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง เล่นเพื่อลดความอ้วน รักษารูปร่าง แต่จริง ๆ แล้วโยคะมีประโยชน์มากกว่าที่คิด อาทิ

  • ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น ตัวอ่อนมากขึ้น และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว
  • ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
  • สร้างความสมดุลให้กับร่างกาย มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น
  • ช่วยในเรื่องการหายใจ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าโยคะเป็นการฝึกสมาธิแบบหนึ่ง กำหนดลมหายใจ เข้า – ออก
  • โยคะบำบัด นอกจากเป็นศาสตร์ในเรื่องของการออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นศาสตร์ของการบำบัดอีกเช่นกัน คือ มีสติ สมาธิ ไม่เครียด และผ่อนคลาย

การเล่นโยคะที่เรามาแนะนำ เป็นเพียงท่าเล่นพื้นฐานบางส่วนเท่านั้น ซึ่งสามารถหัดเล่นเองได้ที่บ้าน หากใครที่กำลังมองหาวิธีออกกำลังกาย หรือฝึกสมาธิ โยคะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

แนะนำ 5 ท่าโยคะ ช่วยสร้างความผ่อนคลาย

ในแต่ละวันเราอาจจะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและตึงเครียดได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องรู้จักสร้างความผ่อนคลายให้กับตัวเองบ้าง เพื่อสุขภาพที่ดีนั่นเอง ซึ่งก็ขอแนะนำ 5 ท่าโยคะ ที่ใช้เวลาทำเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น โดยมีท่าอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

1.ท่านกพิราบ

ท่านกพิราบจะช่วยผ่อนคลายอาการเมื่อยล้าบริเวณแขน ขาและลดอาการปวดหลังได้เป็นอย่างดี โดยท่านี้ให้เริ่มจากการนั่งขัดสมาธิก่อน จากนั้นวาดขาข้างหนึ่งไปด้านหลัง ยืดหลังให้ตรง แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับข้อเท้าของขาข้างที่วาดไปด้านหลังเอาไว้ ทำค้างไว้สักพักแล้วจึงสลับไปทำกับขาอีกข้าง

2.ท่านอนหงายบิดเอว

ไม่ว่าจะรู้สึกเหนื่อยล้าหรือตึงเครียดมากแค่ไหน การเล่นโยคะท่านอนหงายบิดเอวก็จะช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ดีอย่างแน่นอน โดยท่านี้ให้นอนราบไปกับพื้นก่อน แล้วงอเข่าขวาขึ้นมาจากนั้นให้พาดขาไปทางด้านซ้ายโดยที่ลำตัวไม่บิดตาม กางแขนทั้งสองข้างออก ทำค้างไว้สักพักจึงสลับไปทำกับขาอีกข้างหนึ่งแบบเดียวกัน

3.ท่างู

โยคะท่างู เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบนอนดึก ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือสนุกไปกับการแทงบอล VWIN จนดึกดื่นก็ตาม โดยวิธีทำให้เริ่มจากการนอนคว่ำลงบนพื้น ถ้ามีเสื่อโยคะด้วยก็จะดีมาก จากนั้นวางฝ่ามือไว้ข้างลำตัวทั้งสองข้างแล้วพยายามดันตัวขึ้นมา ยกหน้าอกและเอวให้สูงขึ้นในขณะที่ช่วงขายังคงแนบติดกับพื้น ทำค้างไว้สักพักแล้วค่อย ๆ กลับสู่ท่าเริ่มต้น

4.ท่าเด็ก

สำหรับโยคะท่าเด็ก ก็เป็นอีกท่าหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะจะกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี จึงทำให้รู้สึกผ่อนคลายและจิตใจสงบมากขึ้น ซึ่งท่านี้ก็ทำได้ไม่ยากเลย เริ่มต้นด้วยการนั่งบนส้นเท้า ชูแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ จากนั้นค่อย ๆ ก้มตัวลงจนหน้าผากแตะพื้น เมื่อทำเป็นประจำจะรู้สึกได้เลยว่าความเครียดลดน้อยลงไปมากทีเดียว

5.ท่าคันไถ

ท่านี้อาจจะยากสักนิด แต่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน โดยให้นอนหงายราบไปกับพื้น มือทั้งสองข้างวางแนบชิดลำตัว จากนั้นให้เกร็งหน้าท้องของคุณแล้วค่อย ๆ ยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นมาเหนือศีรษะจนปลายเท้าแตะกับพื้นพอดี ค้างไว้สักพักแล้วค่อย ๆ กลับสู่ท่าเริ่มต้น

เมื่อมีความเครียดและรู้สึกเหนื่อยล้าบ่อย ๆ อย่าปล่อยให้ความเครียดมาทำลายสุขภาพของคุณ โดยลองทำท่าโยคะทั้ง 5 ท่านี้กันดู แล้วจะช่วยสร้างความผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดได้ดีอย่างแน่นอน แถมยังดีต่อสุขภาพในอีกหลายด้านอีกด้วย แต่สำหรับมือใหม่ที่พึ่งหัดเล่นโยคะเป็นครั้งแรก แนะนำให้ค่อย ๆ ฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไปจะดีที่สุด เพื่อให้ร่างกายเกิดความเคยชินและไม่ส่งผลเสียตามมานั่นเอง