เหตุใดโยคะจึงเรียก “ต่อมไพเนียล” ว่าเป็นตาที่สามของมนุษย์?

ผู้ฝึกโยคะหลายท่านคงจะคุ้นเคยดีกับทฤษฏีจักระทั้ง 7 (Chakras) ซึ่งหมายถึงจุดตัดลมปราณอันเป็นแหล่งพลังงานชีวิตที่สำคัญทั้ง 7 แห่งตามตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกาย โดยนับขึ้นมาจากตำแหน่งแรกที่ปลายสุดของกระดูกก้นกบเรื่อยมาจนถึงตำแหน่งที่สูงที่สุด คือจุดตัดตรงกึ่งกลางระหว่างคิ้วทั้งสองอันเป็นตำแหน่งของ สหัสสราระ (Crown ChakraSahasrara) ซึ่งในทางโยคะเชื่อกันว่าเป็นตำแหน่งของตาที่สาม ซึ่งเป็นดวงตาที่เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเรา โดยต่อมาได้มีการวิเคราะห์เปรียบเทียบในทางวิทยาศาสตร์และเชื่อกันว่าตำแหน่งดังกล่าวนั้นคือตำแหน่งของต่อมไพเนียล หนึ่งในต่อมไร้ท่อที่สำคัญของมนุษย์

ต่อมไพเนียลในทางวิทยาศาสตร์กับความเกี่ยวข้องกับตาที่สาม

ตามความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์ ต่อมไพเนียล (Pineal gland) เป็นต่อมไร้ท่อเพียงชนิดเดียวที่ทำงานขึ้นกับอิทธิพลของแสงสว่างที่เรามองเห็น โดยเมื่อมีแสงมากตกกระทบกับดวงตาของคนเราจะเกิดการนำกระแสประสาทไประงับการทำงานของต่อมไพเนียล ทำให้ต่อมไพเนียลไม่สามารถหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมาได้ ตรงกันข้ามกับช่วงเวลาที่ไม่มีแสงหรือช่วงกลางคืน ต่อมไพเนียลจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งช่วยในการนอนหลับของคนเราออกมา ดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่าเพราะต่อมไพเนียลมีบทบาทสำคัญให้เกิดการหลับลึกและเกิดความฝัน สอดคล้องกับลักษณะของตาที่สามที่เชื่อว่าเป็นดวงตาที่เชื่อมต่อระหว่างจิตวิญญาณของคนเรา  การฝึกโยคะที่จดจ่อต่อตำแหน่งเดียวกับบริเวณของต่อมไพเนียลจึงอาจจะช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไพเนียลให้หลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินได้มากขึ้น และทำให้เกิดภาวะเข้าสู่สมาธิในระดับลึกได้ในทำนองเดียวกับการทำให้เกิดการหลับลึกเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีการค้นพบว่าในสัตว์เลื้อยคลานบางชนิดอย่างกิ้งก่าทัวทารา (Tuatara) กิ้งก่ายุคดึกดำบรรพ์ซึ่งมีต้นกำเนิดในยุคเดียวกับไดโนเสาร์ (ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ที่เกาะทางใต้ของประเทศนิวซีแลนด์)  พบต่อมไพเนียลยื่นเหนือส่วนหัวอยู่ในส่วนกลางของกระหม่อมและทำหน้าที่ในการรับแสงได้เช่นเดียวกับดวงตา ในบางครั้งจึงอาจเรียกกิ้งก่าทัวทาราว่ากิ้งก่าสามตาก็ได้  กรณีที่ต่อมไพเนียลของเจ้ากิ้งก่าสามตาสามารถรับแสงได้เช่นเดียวกับดวงตานี้ยิ่งตอกย้ำสมมุติฐานว่าต่อมไพเนียลอาจจะทำหน้าที่เป็นตาที่สามของมนุษย์ดังที่มีบันทึกไว้ในทางโยคะได้ด้วยเช่นกัน  ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในปัจจุบันผู้คนจึงเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าจักระที่ 7 หรือตาที่สามที่ถูกกล่าวถึงในทางโยคะนั้น ก็คือต่อมไพเนียลของมนุษย์นั่นเอง

การเปิดขึ้นของตาที่สามทางโยคะกับต่อมไพเนียล

จากทฤษฏีความเชื่อของเรื่องจักระทั้ง 7 ของมนุษย์ ในทางโยคะมีความเชื่อว่าหากผู้ฝึกโยคะสามารถฝึกฝนจนสามารถกระตุ้นจักระทั้ง 6 ได้แก่ มูลธาร สวาธิษฐาน มณีปุระ อนาหตะ วิศทะ และอะชะ ได้แล้ว  จักระตำแหน่งสุดท้ายจะถูกกระตุ้นตามมาด้วยเช่นกัน  สอดคล้องกับการทำงานของต่อมไพเนียลซึ่งมีหน้าที่ในการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินเพื่อไปยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน FSH และ LH ที่ถูกหลั่งจากต่อมใต้สมอง ช่วยควบคุมสมดุลไม่ให้ FSH และ LH มีปริมาณมากเกินไป  ดังนั้นการกระตุ้นต่อมใต้สมองจนเกิดการหลั่ง FSH และ LH ในปริมาณมาก ย่อมส่งผลให้ต่อมไพเนียลเกิดการกระตุ้นเพื่อหลั่งฮอร์โมนเมลานินมายับยั้งฮอร์โมนดังกล่าวในเวลาต่อมานั่นเอง

คำกล่าวที่ว่าตาที่สามคือดวงตาที่สามารถเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเรา ทำให้เกิดความตระหนักรู้และเข้าใจสรรพสิ่งต่าง ๆ แท้จริงแล้วอาจจะหมายถึงการฝึกสมาธิให้รู้จักหยุดนิ่งเพื่อพิจารณาจิตใจของตนเองให้ดี เพราะเมื่อเราสามารถเข้าใจกลไกจิตใจของตัวเองได้ดีแล้ว เราก็ย่อมเข้าใจทุกสรรพสิ่งตามมาเช่นกัน

“โยคะ” หนึ่งในการออกกำลังกายที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อม

ในปัจจุบันวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนได้เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอย่างมาก คนรุ่นใหม่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีเพื่อชีวิตที่ยืนยาวและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยเหตุนี้ “โยคะ” จึงได้กลายมาเป็นการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีผลงานวิจัยทางวิชาการมากมายออกมาให้การรับรองว่าโยคะมีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมวัยของมนุษย์อย่างได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชะลอความเสื่อมของสมอง อวัยวะที่เปรียบเสมือนแม่ทัพใหญ่ของร่างกายมนุษย์

ภาวะสมองเสื่อม ความเสี่ยงสูงในผู้สูงอายุ

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือ ภาวะที่สมองสูญเสียความสามารถในการจดจำ การคิดวิเคราะห์และทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้แย่ลง ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้สูงอายุที่ตกอยู่ในภาวะสมองเสื่อมสูงถึง 50 ล้านคน และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นราว 10 ล้านคนในทุกปี โดยประมาณ 60-70% ของผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมจะป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์(Alzheimer) หรือโรคความจำเสื่อมจากการตายของเซลล์ประสาท ทำให้ผู้ป่วยมีอาการลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตแบบถาวร ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์หลายรายถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้พิการไม่สามารถอยู่อาศัยโดยลำพัง จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด บางครอบครัวแบกรับภาระไม่ไหวเพราะเกินกำลังจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมในที่สุด

ในปี 2014 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Teesside ประเทศอังกฤษได้ออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกาย The Happy Antics Program สำหรับผู้ป่วยด้วยโรคภาวะสมองเสื่อม และค้นพบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ออกกำลังกายด้วยการฝึกโยคะ มีการตอบสนองต่อการรักษาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้การออกกำลังกายด้วยโยคะยังมีส่วนช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้อย่างได้ผล เนื่องจากลักษณะการออกกำลังกายของโยคะที่เน้นให้ผู้ฝึกเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจ ช่วยให้สมองเกิดการเชื่อมโยงข้อมูลในเชิงลึกและประสานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าเป็นการบริหารทั้งส่วนของร่างกายและสมองไปในคราวเดียวกัน อีกทั้งลักษณะการเคลื่อนไหวในการฝึกที่เชื่องช้าค่อยเป็นค่อยไป ไม่กระแทกลงน้ำหนักรุนแรง ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้ป่วย โยคะจึงเป็นทั้งการบำบัดและการออกกำลังที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมสูงเป็นอย่างดี

สมองดี ชีวิตดี สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

นอกจากสมองจะทำหน้าที่ในการคิดอ่านประมวลผลในสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน สมองยังเป็นคลังความรู้ชั้นยอดที่เก็บรักษาประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตของคนเราไว้มากมาย ซึ่งช่วยให้มนุษย์ต่อยอดความคิดอ่านเพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้ ดังนั้นการดูแลรักษาสมองไม่ให้เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาจึงเป็นเรื่องที่เราควรต้องให้ความสำคัญ จริงอยู่ว่าความชราเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แต่การวางแผนชีวิตที่ดีจะทำให้เราสามารถก้าวเข้าสู่วัยชราได้อย่างมีคุณภาพ เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคม

การก้าวเข้าสู่วัยชราอาจไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด หากเรามีการดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี โดยเฉพาะสมองที่ยังมีประสิทธิภาพในการคิดอ่านและจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในวันที่ยังเป็นหนุ่มสาวสุขภาพแข็งแรง อย่าลืมที่จะใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองเพื่ออนาคตที่ดีต่อไปด้วย

SUP Yoga สนุกกับการเล่นโยคะท่ามกลางธรรมชาติและสายน้ำ

โยคะ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยฝึกฝนทั้งร่ายกายและจิตใจ ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับร่างกาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับจังหวะลมหายใจ ทำให้ผู้เล่นเกิดความผ่อนคลายและมีสมาธิ โยคะจึงเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย แต่โดยปกติแล้วภาพจำของโยคะมักเป็นการเล่นบนเสื่อ ทำให้ถูกมองข้ามจากนักออกกำลังกายสายสปอร์ตอยู่เสมอ ทั้งที่จริงแล้วโยคะมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลายทั้งในร่มและกลางแจ้ง โดยเฉพาะ “SUP Yoga” ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง

                SUP Yoga เป็นการเล่นโยคะกลางแจ้งโดยใช้บอร์ด SUP (Stand-Up Paddleboard) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าแพดเดิ้ลบอร์ด ซึ่งมีต้นกำเนิดที่ฮาวาย เล่นด้วยการยืนบนบอร์ดพายไปตามแม่น้ำหรือทะเลสาบ ดังนั้น SUP Yoga จึงถือเป็นการเล่นโยคะขณะลอยอยู่กลางน้ำ และใช้แพดเดิ้ลบอร์ดแทนเสื่อ ทำให้ผู้เล่นต้องใช้การทรงตัวบนบอร์ดไปพร้อมกับการชื่นชมธรรมชาติรอบตัว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการเล่นโยคะชนิดนี้ โดยแพดเดิ้ลบอร์ดนั้นมีทั้งแบบเป่าลมและแบบพลาสติกแข็ง ขนาดตั้งแต่ 33 นิ้ว ไปจนถึง 55 นิ้ว ผู้เริ่มต้นจึงสามารถเริ่มเล่นได้อย่างง่ายดาย และผู้เล่นที่ว่ายน้ำไม่เป็น สามารถเลือกสวมเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยได้

                ท่าโยคะที่เหมาะสมสำหรับใช้เล่นบนแพดเดิ้ลบอร์ดนั้นคือท่าโยคะเบื้องต้น ได้แก่ ท่าโต๊ะ ช่วยเพิ่มสมดุลและวอร์มอัพร่างกาย, ท่าเก้าอี้ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ช่วงขาและลำตัว, ท่าผีเสื้อ ช่วยเปิดสะโพกและโคนขาด้านใน, ท่าสุนัขก้มหน้า ช่วยยืดกระดูกสันหลังให้ตรง, ท่านักรบ ช่วยการทรงตัวที่มั่นคง, ท่าเรือ ช่วยให้หน้าท้องและลำตัวแข็งแรง, ท่าพระจันทร์เสี้ยว ที่ช่วยยืดสะโพกและกล้ามเนื้อต้นขา, ท่าสนเข็ม ช่วยยืดไหล่และกระดูกสันหลัง, ท่ามาลาอาสนะ ช่วยยืดเส้นบริเวณหลังและสะโพก และท่าศพอาสนะ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายกลางสายน้ำ

                แม้จะใช้ท่าโยคะที่เหมือนกัน แต่ VWIN ยืนยันได้เลยว่าการเล่นโยคะบนแพดเดิ้ลบอร์ด ต้องใช้แรงจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายต่างจากการเล่นโยคะบนเสื่ออย่างมากทีเดียว เนื่องจากการยืนบนแพดเดิ้ลบอร์ดที่ลอยอยู่กลางน้ำให้มั่นคงนั้น จำเป็นต้องดึงแรงจากกล้ามเนื้อลำตัวมาใช้มากกว่าปกติ และยังต้องยืนให้ตัวตรงตลอดเวลา ทำให้หัวเข่าไม่ผิดรูป ลดอาการผิดปกติบริเวณสะโพก แถมท่าโยคะหลายท่าจะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนที่หลบซ้อนภายในร่างกายได้ถูกนำใช้งาน นอกจากนั้นการเล่นโยคะกลางแจ้งยังทำให้ร่างกายได้รับรังสีและวิตามินจากธรรมชาติตามที่ร่างกายต้องการ

การเล่น SUP Yoga ไม่เพียงจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงจากการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย จิตใจเบิกบานจากการสัมผัสกับธรรมชาติ ยังถือเป็นการท้าทายตัวเองในการเล่นโยคะบนแพดเดิ้ลบอร์ดท่ามกลางสายน้ำ ยิ่งหากเล่นร่วมกับเพื่อนเป็นหมู่คณะ นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้างอีกด้วย

ข้อดีของการพาลูก ๆ ของคุณเข้าสู่วงการโยคะ ที่ได้มากกว่าความแข็งแรงของร่างกาย

เด็กในปัจจุบันมักจะสงบและแม่ ๆ ก็เลือกให้ลูก ๆ ของตนจบอารมณ์ร้องไห้หรือเสียใจด้วยการยื่นมือถือให้ลูก ๆ ซึ่งเราจะเห็นได้บ่อยมากที่พ่อแม่รุ่นใหม่นิยมให้ลูก ๆ เล่นมือถือหรือสมาร์ทโฟนต่าง ๆ ในการรับรู้สิ่งแปลกใหม่ หรือเพียงเพื่อหยุดเวลาให้ลูก ๆ ของตนไปกับสิ่งเหล่านั้น แม้พ่อแม่บางคนจะรู้ถึงผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้แต่บางครอบครัวก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทางที่ดีพ่อแม่ควรพาลูก ๆ ทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจกับไอทีเหล่านั้น และเพื่อสร้างสุขนิสัยที่ดีขึ้นจะดีกว่า ซึ่งการพาลูกไปร่วมเล่นโยคะด้วยกันนั้น นอกจากจะสร้างความแข็งแรงในด้านสุขภาพให้กับลูกแล้ว การเล่นโยคะยังมอบสิ่งดี ๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงได้อีกด้วย

การเล่นโยคะที่ส่งผลดีในด้านต่าง ๆ ให้กับเด็ก ๆ

          -สร้างสมาธิให้กับเด็ก ๆ ขณะเล่นโยคะ เพราะการเล่นโยคะจะเน้นการเคลี่อนไหวร่างกายส่วนต่าง ๆ ด้วยความเชื่องช้าให้สัมพันธ์กับลมหายใจ นั่นจึงทำให้เด็ก ๆ มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการจดจำท่าทางในการเล่น และมีสมาธิกลัวว่าจะทำท่าทางผิดไป จึงส่งผลให้ขณะเล่นโยคะเด็ก ๆ จะมีสมาธิมากขึ้นเสมือนกับการนำศิลปะให้เด็ก ๆ เรียนรู้ในการฝึกสมาธิ ซึ่งหากพ่อแม่พาลูก ๆ ของตนฝึกเล่นโยคะอย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ จะทำให้เด็กมีสมาธิคงที่มากขึ้นได้เลยทีเดียว แต่การพาเด็ก ๆ ฝึกสมาธิด้วยการเล่นโยคะนี้คงมีข้อจำกัดสักหน่อย คือควรเป็นเด็กที่อายุราว ๆ 5 ขวบขึ้นไป เพราะช่วงวัยนี้เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และพาฝึกสมาธิได้ เพราะหากเป็นเด็กที่อายุน้อยกว่านี้ คงเบื่อกับการทำสิ่งเดิม ๆ ได้เร็วกว่านั่นเอง

          -ส่งผลทางอ้อมต่อการเรียนของเด็ก ๆ ได้ เมื่อเด็ก ๆ มีสมาธิมากขึ้น จึงส่งผลต่อการเรียนรู้และการจดจำของเด็ก ๆ เพราะเด็ก ๆ ในปัจจุบันนี้บกพร่องในด้านสมาธิสั้นกันค่อนข้างเยอะ ซึ่งเด็กที่มีสมาธิสั้นจะทำให้มีผลการเรียนที่ตกต่ำลง เนื่องจากจะไม่สามารถทนรับรู้หรือรับฟังต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นระยะเวลานานได้ ดังนั้นการเล่นโยคะที่สามารถทำให้เด็ก ๆ มีสมาธิมากขึ้น จึงส่งผลให้เด็ก ๆ อยู่นิ่งต่อกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งเป็นระยะเวลานานขึ้น ทั้งการเรียนและการอ่านหนังสือได้

          -ด้านอารมณ์และจิตใจ เมื่อเด็กเรียนรู้ในการมีสมาธิ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีความนิ่งขึ้น จึงส่งผลทางด้านอารมณ์ให้เด็ก ๆ มีจิตใจที่เย็นลง ลดความซุกซนและควบคุมอารมณ์ให้นิ่งขึ้นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเด็กดีขึ้น ทำให้เป็นคนมีจิตใจดี ใจเย็น และชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย

          การพาลูก ๆ ของคุณร่วมทำกิจกรรมใดด้วยกันรวมทั้งการเล่นโยคะพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อหรือแม่ นอกจากจะสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายได้แล้ว ยังส่งผลดีทางด้านอารมณ์และจิตใจของเด็กได้อีกด้วย

โยคะกับการเล่นนอกสถานที่ ช่วยสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับร่างกายได้อย่างมากมายและลงตัว

ใคร ๆ ก็คงรู้กันอยู่แล้วว่าการเล่นโยคะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นแล้ว การเล่นโยคะยังสามารถช่วยในเรื่องการผ่อนคลายได้มากกว่าหากเทียบกับการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ  ทั้งการเล่นโยคะยังช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ด้วย เนื่องจากจะเน้นการเล่นด้วยท่วงท่าที่มีการยืดเหยียดอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ร่างกายทุกส่วนได้อย่างลงตัวอีกด้วย

การเล่นโยคะกับสถานที่แตกต่างกันไปย่อมสร้างสิ่งแปลกใหม่ให้กับร่างกายและจิตใจได้อย่างลงตัว

          การเล่นโยคะนับว่าเป็นการออกกำลังกายที่สามารถได้ง่าย และทำได้ทุกที่ หากคุณไม่สะดวกเดินทางไปสวนสาธารณะหรือฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายแล้วล่ะก็ คุณก็ยังสามารถเล่นโยคะได้ด้วยตนเองที่บ้าน เพียงแค่มีเสื่อโยคะก็สามารถเริ่มเล่นที่ไหน เวลาใดก็ได้ตามที่คุณสะดวก ซึ่งการเล่นโยคะต่างสถานที่แตกต่างกันไป ก็ย่อมสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่ให้กับร่างกายได้ด้วย

มาดูประโยชน์ที่ได้จากการเล่นโยคะตามสถานที่ต่าง ๆ กัน

          -ได้เปลี่ยนบรรยากาศนอกสถานที่แบบเดิม ๆ เช่น ออกไปเล่นโยคะเมื่อคุณเดินทางท่องเที่ยวแต่ก็ยังคงไม่ทิ้งการออกกำลังกายด้วยท่วงท่าที่ง่าย ๆ จากการเล่นโยคะ จะเห็นได้บ่อยขึ้นที่มีผู้คนเล่นโยคะในยามเช้าที่ริมทะเล หรือที่พักที่มีอากาศบริสุทธิ์พร้อมสถานที่สวย ๆ ในยามเช้า การเล่นนอกสถานที่เช่นนี้ทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากการเล่นโยคะและความผ่อนคลายในการชื่นชมและรับรู้ความรู้สึกการเล่นโยคะกับที่ใหม่ ๆ แม้ในความเป็นจริงจะเป็นการเล่นโยคะด้วยท่าเดิม กับคนเดิม ๆ ก็ตาม แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากการเปลี่ยนบรรยากาศจะช่วยทำให้คุณรู้สึกถึงความแปลกใหม่นั่นเอง

          -ได้สูดโอโซนอากาศบริสุทธิ์มากขึ้น หากคุณปูเสื้อโยคะสักผืนและเล่นบริเวณริมชายหาดที่มีอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้า หรือบนภูเขาซึ่งมีที่พักสวย ๆ เหมาะกับการไปตากอากาศแล้ว นั่นช่วยทำให้คุณได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์กว่าการที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมือง ซึ่งการสูดอากาศดี ๆ เข้าสู่ร่างกายนั้น ช่วยทำให้ร่างกายรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและขับคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นการฟอกปอดด้วยวิธีการใช้ธรรมชาติบำบัดได้ทางหนึ่งเลยทีเดียว

          -ได้ไอเดียหรือความคิดในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ เพราะการออกกำลังกายขณะเล่นโยคะนอกสถานที่ จะทำให้คุณมีสมาธิในการเล่น และยังได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ในแต่ละสถานที่ไปพร้อม ๆ กัน จึงทำให้หลายคนเกิดไอเดียหรือความคิดในการอยากเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ ได้จากการเล่นโยคะนอกสถานที่นี้ เสมือนเป็นการได้ชาร์จแบตให้กับร่างกายและสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายไปพร้อม ๆ กัน

          การเล่นโยคะนอกสถานที่นอกจากฟิตเนสหรือสถานที่เดิม จึงสามารถสร้างความแปลกใหม่ทางความรู้สึก และความรับรู้สิ่งแปลกใหม่ให้กับอารมณ์ได้มากกว่านั่นเอง ซึ่งหากใครสะดวกแบบไหนก็ลองเลือกไปตามสถานที่ที่ตัวเองต้องการกันได้เลย

โยคะฟลายกับการบินไปสู่หุ่นสวยสุขภาพดีที่หลายคนชื่นชอบ

โยคะฟลายคืออีกหนึ่งประเภทของการเล่นโยคะอุปกรณ์ ที่อัพอุปกรณ์การเล่นจากเสื่อโยคะธรรมดากลายมาเป็นผ้าที่ผูกกับที่สูงไว้ เพื่อการเล่นท่าโยคะที่ยากขึ้น โดยการร่ายรำท่วงท่าด้วยการนำร่างกายผูกสัมพันธ์กับผืนผ้า ซึ่งจะมีท่วงท่าพิเศษที่เป็นลักษณะเฉพาะในการเล่นโยคะฟลายที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากท่าการเล่นโยคะธรรมดา การเล่นโยคะฟลายนี้นับเป็นเทรนด์ในการหันมาดูแลสุขภาพและการปั้นหุ่นสวยสำหรับสาว ๆ กันอย่างมากมาย แต่ก็ยังคงมีสถานที่ในการเล่นโยคะฟลายในประเทศไทยไม่มากนัก หากเทียบกับการเล่นโยคะธรรมดาหรือฟิตเนสอื่น ๆ

มาดูวิธีการเล่นโยคะฟลายที่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก

          อุปกรณ์การเล่น จะมีผืนผ้าขนาดความยาวผูกติดกับที่สูงด้านบน ซึ่งฟิตเนสหรือสถานที่เล่นโยคะส่วนมากจะนำผ้ายาวหลากสีผูกติดกับอุปกรณ์ด้านบนในลักษณะปล่อยให้ผ้ายาวลงมา เพื่อให้ผู้เล่นโยคะฟลายสามารถนำร่างกายผูกและพันกับผืนผ้าในลักษณะออกท่วงท่าคล้ายกับท่าการเล่นโยคะธรรมดา ซึ่งยังคงมีเสื่อโยคะรองรับผู้เล่นให้นำเท้าเหยียบและให้ร่างกายอยู่ภายในเสื้อเช่นเคย แต่ฟิตเนสบางที่จะมีขนาดความยาวของเสื่อโยคะที่รองรับผู้เล่นในความยาวที่มากกว่าการเล่นโยคะธรรมดา เพราะการออกลีลาและท่วงท่าของการเล่นโยคะฟลายมักจะใช้พื้นที่ร่ายรำมากกว่า

          วิธีการเล่น จะมีท่าทางที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการเล่นโยคะฟลาย ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากท่วงท่าของการเล่นโยคะโดยใช้ประโยชน์จากผืนผ้าที่ผูกไว้ให้มากที่สุด ซึ่งการเล่นโยคะชนิดนี้ทุกท่าของการเล่นจะต้องเกี่ยวโยงกับผืนผ้า เรียกได้ว่าเป็นการออกกำลังกายด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อโดยมีผืนผ้าเป็นตัวช่วยนั่นเอง ซึ่งท่วงท่าของการเล่นโยคะฟลายนี้มักจะเน้นการใช้กล้ามเนื้อแกนกลาง บริเวณหน้าท้อง ต้นขาและสะโพก ด้วยการยืดและเกร็งกล้ามเนื้อต่าง ๆ ให้ได้รับการบริหารมากที่สุด และท่วงท่าแต่ละท่าจะมีท่าทางคล้ายกับลักษณะของเล่นตามที่ตั้งชื่อ เช่น โยคะฟลายที่เรียกกันนี้ก็มาจากการที่ผู้เล่นต้องนำร่างกายของตนเองโลดโผนบนผืนผ้าคล้ายกับการ “บิน” หรือ “ลอยตัว” อยู่บนผืนผ้านั่นเอง

          ลักษณะเฉพาะของโยคะฟลายที่ต่างจากโยคะธรรมดา ผู้เล่นอาจต้องใช้ความระมัดระวังและสมาธิมากกว่าการเล่นโยคะชนิดที่เล่นบนเสื่ออย่างเดียวค่อนข้างมากสักหน่อย เนื่องจากการเล่นโยคะฟลายจะต้องมีการนำร่างกายขึ้นสู่ที่สูงโดยการใช้ผ้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผืนผ้าเกี่ยวหรือพันกับขา แขน ลำตัว หรือแม้กระทั่งการนำผืนผ้าพันลำตัวในลักษณะม้วนตัวให้กลมกลืนกับผืนผ้าขึ้นสู่ที่สูงและทิ้งตัวลงมา ในขั้นเลเวลสูง ดังนั้นการเล่นโยคะชนิดนี้ผู้เล่นจะต้องมีสมาธิและจดจ่ออยู่กับการเล่นให้มากที่สุดเพื่อเซฟตัวเองในขณะเล่น

          การเล่นโยคะฟลายนับเป็นการออกกำลังกายทั้งด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อม ๆ กัน จึงทำให้กลายเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ที่รักการดูแลตัวเอง จนมีหลายคนนิยามการเล่นโยคะฟลายว่า เป็นการบินไปสู่หุ่นสวยสุขภาพดีนั่นเอง

ฟิตเนสสตูดิโออีกหนึ่งสิ่งล้ำ ๆ ที่นำเทรนด์เรื่องการออกกำลังกาย

สำหรับสถานที่สวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ในราคาโดน ๆ ที่มาพร้อมการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบล้ำ ๆ ที่นำสมัย ย่อมมีส่วนทำให้ผู้คนอยากไปสัมผัสเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งในปัจจุบันนอกจากจะมีสวนสาธารณะและเครื่องออกกำลังกายไว้คอยบริการประชาชนแล้ว ก็ยังมีฟิตเนสที่ต้องควักเงินจ่ายในการไปออกกำลังกายอีกด้วย และอีกสิ่งที่ล้ำขึ้นมาจากฟิตเนสธรรมดา ๆ นั่นก็คือฟิตเนสสตูดิโอ

ฟิตเนสสตูดิโอคีออะไร

          ฟิตเนสสตูดิโอก็คือ ฟิตเนสที่รวบรวมเครื่องออกกำลังกายไว้อย่างมากมาย ด้วยสถานที่รวบรวมทั้งเครื่องออกกำลังกายและเทรนด์เนอร์ผู้รอบรู้เรื่องออกกำลังกายนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือฟิตเนสสตูดิโอก็คือฟิตเนสธรรมดา ๆ แต่อัพเกรดเทรนด์การออกกำลังกาย เครื่องเล่น รวมทั้งความทันสมัยต่าง ๆ เกี่ยวกับฟิตเนสที่มากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

คุณจะได้อะไรจากฟิตเนสสตูดิโอบ้าง

          -สถานที่ที่สวยงามโอ่อ่า ราวกับว่าคุณอยู่ในห้องสตูดิโอที่ใดสักที่หนึ่งเลยทีเดียว ทั้งแสงไฟส่องสว่าง พื้นผิวของฟิตเนส กระจกโดยรอบ ความสะอาดตาและสวยงาม ทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างฟิตเนสหรืออุปกรณ์ที่เป็นสิ่งตกแต่งฟิตเนสสตูดิโอล้วนมีความสวยงามและเน้นความทันสมัยที่แปลกตาจากฟิตเนสธรรมดา ๆ จนสร้างความเซอร์ไพร์สให้กับคุณได้เลยทีเดียว

          -เครื่องเล่นที่ทันสมัยและเอื้อต่อการออกกำลังกายมากกว่าฟิตเนสธรรมดา ด้วยการอัพเกรดเครื่องเล่นในการออกกำลังกายประเภทต่าง ๆ ที่ต้องมีความทันสมัยและตอบโจทย์การออกกำลังกายได้มากกว่าเดิม ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้การออกกำลังกายของคุณเป็นไปได้ง่ายกว่าเดิม และตรงจุดมากกว่าเดิมนั่นเอง เพราะความทันสมัยของเครื่องเล่นที่มีการพัฒนามากกว่าเดิม จึงทำให้ตอบโจทย์การออกกำลังกายเพื่อสร้างสุขภาพหรือหุ่นสวยเฉพาะจุดได้ดีกว่าเดิมนั่นเอง

          -อัพเกรดด้านการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ เลยก็คือเหมือนกับการที่คุณไปดูหนังสักเรื่องหนึ่งแล้วอัพเกรดบัตรที่นั่ง หรือบัตรโดยสารเครื่องบินยังไงอย่างงั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ ห้องแต่งตัว รวมทั้งมีห้องไว้คอยบริการอื่น ๆ หลังการออกกำลังกาย เช่น ห้องนวดผ่อนคลาย ห้องเสริมสวย ฯลฯ ด้วยการบริการที่อัพเกรดและเน้นความสะดวกสบายมากขึ้น การอัพราคาก็ย่อมจะสูงขึ้นตามไปด้วย

          ฟิตเนสสตูดิโอก็นับเป็นฟิตเนสที่หนึ่ง เพียงแต่มีการอัพเกรดให้มีความล้ำ และนำสมัยในด้านต่าง ๆ มากกว่าฟิตเนสธรรมดานั่นเอง แต่ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสธรรมดาหรือฟิตเนสสตูดิโอก็ตาม หากคุณมีเป้าหมายว่าต้องการออกกำลังกายเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีแล้วล่ะก็ ไม่ว่าที่ใดหรือสถานที่ไหนก็ย่อมทำให้คุณลุกไปออกกำลังกายได้อยู่ดี ดังนั้นสถานที่อัพเกรดก็เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้บริการเท่านั้นเอง

ฟิตเนสสวยช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายได้นะ

ด้วยการใช้ชิวิตที่ต้องเร่งรีบอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น ทั้งเวลาที่ต้องหมดไปกับการทำงาน เดินทาง ซึ่งยังคงเหลือเวลาอีกน้อยนิดสำหรับการพักผ่อน นี่จึงถือเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ดูแลตัวเอง ด้วยคำพูดที่พูดกันจนติดปากไปแล้วว่า “ไม่มีเวลา” นั่นก็ทำให้หลาย ๆ คนบั่นทอนสุขภาพตัวเองด้วยการไม่ออกกำลังกาย หรือบางคนถึงขั้นต้องหาแรงบันดาลใจในการลุกไปฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายกันเลยทีเดียว ซึ่งก็มีหลาย ๆ ข้อที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนลุกไปออกกำลังกายหรือฟิตเนสกันได้บ้าง เช่น ลดน้ำหนัก สร้างความแข็งแรงให้สุขภาพเพื่อห่างไกลโรค รวมถึงบุคลิกที่ดูดี และสถานที่ในการออกกำลังกายที่สวยก็ถือว่ามีส่วนช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจในการลุกไปออกกำลังกายได้เช่นกัน

เพราะเหตุใดฟิตเนสที่สวยและดูดีจึงเป็นบ่อเกิดในการสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายได้นะ

          บรรยากาศที่สวยงามและดูดีจะช่วยสร้างความผ่อนคลายสบายอารมณ์ให้กับผู้เล่นได้ เป็นธรรมดาที่คนเราจะชอบไปในที่สวย ๆ สะอาดตาและบริการดี ซึ่งสถานที่สวย ๆ นอกจากจะสร้างความจรรโลงใจในการได้ไปเยือนแล้ว ยังช่วยสร้างความผ่อนคลายทางอารมณ์ได้อีกด้วย สำหรับใครที่ต้องโหมงานหนักมาตลอดทั้งวันแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าเหตุผลที่บอกว่าเหนื่อยหรือไม่มีเวลาจะประดังเข้ามาเต็มหัวจนก่อให้เกิดความขี้เกียจที่จะลุกไปออกกำลังกายกันเลยทีเดียว แต่หากฟิตเนสที่คุณจะไปมีบรรยากาศโดยรอบที่ดี มีความสวยงามสะอาดตา พร้อมกับเครื่องออกกำลังกายที่มีมากมายหลายชนิด นั่นก็ทำให้คุณอยากไปสัมผัสที่นั้น ๆ เพื่อต้องการสร้างความผ่อนคลาย จนสามารถนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ฉุดให้คุณหยิบชุดแฟชั่นฟิตเนสไปออกกำลังกายกันได้เลย

ฟิตเนสสวยที่ว่า มีอะไรบ้างนะ

          –มีอากาศหรืออุณหภูมิที่เหมาะสมในการออกกำลังกาย จะเห็นได้อย่างมากมายว่าฟิตเนสส่วนใหญ่จะปรับอุณหภูมิห้องโดยการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเมื่ออุณหภูมิห้องเย็นลง จึงส่งผลให้ลดอาการเหนื่อยจากการออกกำลังกายได้บ้าง และหากฟิตเนสไหนสร้างบรรยากาศด้วยน้ำมันหอมระเหยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมที่ลอยมาพร้อมความเย็นของแอร์แล้วล่ะก็ นับว่าเป็นการสร้างบรรยากาศและความสวยให้กับฟิตเนส จนทำให้หลายคนอยากไปออกกำลังกายที่นั่นกันเลย

          -การใช้วัสดุ อุปกรณ์อย่างพิถีพิถันรวมทั้งบรรยากาศโดยรอบฟิตเนส ที่ว่าสวยงามโดยรอบนี้ เช่น ฟิตเนสมีความโล่ง โปร่งกว้างขวางและสามารถมองเห็นบริเวณภายนอกที่เป็นต้นไม้เขียวขจีหรือแม่น้ำโดยรอบหรือสิ่งสวยงามทางสายตาอื่น ๆ ได้ ก็นับว่าที่นั่นเป็นฟิตเนสที่สวยที่หนึ่งที่ปลุกแรงบันดาลใจในการลุกไปฟิตเนสได้เช่นกัน

          เพราะสถานที่และบรรยากาศที่ดีภายในฟิตเนสมีส่วนช่วยในการออกกำลังกายด้วย ดังนั้นฟิตเนสที่สวยงามก็ย่อมสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายสำหรับหลาย ๆ คนได้เช่นกัน

พิลาทิส การออกกำลังกายแนวใหม่ที่ใส่ใจทั้งหุ่นสวยและการสร้างสมาธิไปพร้อมกัน

พิลาทิส คือการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิดว่าคือชนิดเดียวกับโยคะ แต่ความจริงแล้วทั้งพิลาทิสและโยคะมีความแตกต่างกัน เพียงแต่ความแตกต่างนั้นหลายคนอาจจะยังมองไม่ออกจนคิดว่าเป็นสิ่งเดียวกันนั่นเอง ซึ่งการเล่นพิลาทิสที่มีความคล้ายคลึงกับการเล่นโยคะนั้น นอกจากวิธีการเล่นยังคล้ายกันแล้ว ประโยชน์ที่ได้จากการเล่นพิลาทิสยังคล้ายกันอีกด้วย

พิลาทิสคืออะไร

          พิลาทิสคือการออกกำลังกายด้วยท่วงท่าที่เบา ๆ เน้นการยืดกล้ามเนื้อ และเน้นการใช้กล้ามเนื้อทุกมัดภายในร่างกายในการขับเคลื่อน โดยเน้นกล้ามเนื้อแกนกลางมากเป็นพิเศษซึ่งก็คือบริเวณหน้าท้องหรือกล้ามท้องเพื่อใช้ในการเกร็งตัวในการสร้างกล้ามเนื้อนั่นเอง พิลาทิสแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามวิธีการเล่น คือพิลาทิสที่ใช้เครื่องเล่นและพิลาทิสบนเสื่อ ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้ก็ยังคงเน้นการเล่นเพื่อสร้างกล้ามเนื้อด้วยการเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าเช่นกัน และเป็นการสร้างอารมณ์และสมาธิในเวลาเดียวกันอีกด้วย

ทำไมพิลาทิสจึงสร้างสมาธิให้กับผู้เล่นได้

          –ท่าเล่นที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้า ๆ โดยสามารถใช้กล้ามเนื้อทุกมัดในการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งท่าในการเล่นพิลาทิสบนเสื่อบางท่าก็คล้ายคลึงกับการเล่นโยคะ แต่ก็ยังมีความแตกต่างในแต่ละท่าบ้าง ซึ่งการเล่นพิลาทิสยังคงเน้นความเชื่องช้าของการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งยังต้องมีการกำหนดลมหายใจเข้า – ออก เพื่อให้สัมพันธ์กับท่วงท่าที่ขยับเคลื่อนไหวนั่นเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้มีการกำหนดรับรู้ลมหายใจจนสมองถูกสั่งการให้อยู่กับท่วงท่าและการหายใจเข้าและออกในแต่ละจังหวะ จนทำให้เกิดสมาธิขณะเล่นนั่นเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้เล่นมีจิตใจจดจ่ออยู่กับท่าทางและลมหายใจอยู่เสมอ จนบางคนที่เล่นพิลาทิสอย่างเป็นประจำจะมีสมาธิมากขึ้นกว่าเดิมได้เลยทีเดียว

          -บรรยากาศขณะเล่นพิลาทิสช่วยส่งผลให้เกิดสมาธิได้ โดยห้องที่เล่นพิลาทิสจะถูกจัดไว้โดยเฉพาะ แยกเป็นส่วนสัดจากฟิตเนสอื่น ๆ ซึ่งบรรยากาศภายในห้องการเล่นพิลาทิสจะเน้นความเงียบสงบ เพราะต้องสร้างความเงียบและการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเชื่องช้า อีกทั้งภายในห้องพิลาทิสจะมีเฉพาะกลุ่มคนที่เล่นพิลาทิสด้วยกัน จึงทำให้บรรยากาศบริเวณโดยรอบไม่พลุกพล่านด้วยผู้คน นี่จึงเป็นเหตุผลเบื้องต้นง่าย ๆ ที่เมื่อเราทำอะไรภายใต้บรรยากาศเงียบสงบก็ย่อมทำให้เกิดสมาธิมากกว่าบรรยากาศผู้คนที่พลุกพล่านนั่นเอง

          -ทั้งท่วงท่าและเครื่องเล่นพิลาทิสจะเน้นการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเชื่องช้า เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นพิลาทิสบนเสื่อหรือพิลาทิสบนอุปกรณ์ก็ยังคงเน้นการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าอยู่ดี ซึ่งการเคลื่อนไหวที่ช้าลงจากการทำกิจกรรมที่ใช้ความรวดเร็วมาทั้งวัน จึงทำให้มีการกำหนดสมาธิได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ผู้เล่นพิลาทิสมีความใจเย็นลงและผ่อนคลายได้มากกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่น

          พิลาทิสจึงมีส่วนช่วยทำให้ผู้เล่นเกิดสมาธิขณะเล่นได้จากเหตุผลที่กล่าวมา ซึ่งหากใครที่หลงใหลการเล่นพิลาทิสอย่างเป็นประจำแล้วล่ะก็ อาจทำให้เกิดสมาธิที่ดีขึ้นในระยะยาวได้เลยทีเดียว นอกจากจะปั้นหุ่นสวยด้วยพิลาทิสได้แล้วยังสร้างสมาธิง่าย ๆ จากการเล่นพิลาทิสได้อีกด้วย

ข้อดีง่าย ๆ ที่ได้จากการเล่นฟิตเนสที่บางคนอาจมองข้ามไป

การออกกำลังกายในปัจจุบันที่มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้คนหันมารักสุขภาพนั้นมีอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสวนสาธารณะที่เป็นศูนย์กลางในการวิ่งออกกำลังกาย รวมถึงการมีเครื่องเล่นออกกำลังกายไว้บริการตามจุดต่าง ๆ อีกด้วย จุดประสงค์หลักนั่นก็คือทำให้คนหันมารักสุขภาพและดูแลตัวเองกันมากขึ้น และในปัจจุบันก็มีการบริการด้านฟิตเนสด้วยการมีเครื่องออกกำลังกายไว้บริการกันอย่างมากมาย ซึ่งการออกกำลังกายด้วยการเล่นฟิตเนสก็มีข้อดีที่แตกต่างจากการออกกำลังกายที่สวนสาธารณะหรือที่บ้านต่าง ๆ ด้วยนะ

ข้อดีทางอ้อมที่ได้จากการเล่นฟิตเนสมากกว่าการออกกำลังกายที่บ้านหรือสวนสาธารณะ

          –มีสังคมที่ใกล้ชิดมากกว่า เพราะการออกกำลังกายในฟิตเนสจะถูกจำกัดด้วยพื้นที่และมีเครื่องออกกำลังกายอย่างจำกัด จึงทำให้มีการพบเจอและได้พูดคุยทักทายกันได้ง่ายกว่าการวิ่งตามสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งภายในฟิตเนสแต่ละแห่งยังรวบรวมเครื่องเล่นออกกำลังกายต่าง ๆ ไว้ รวมทั้งการออกแบบสถานที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการ ซึ่งหากใครที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกันหรือใกล้เคียงกันก็จะมาที่แห่งเดิมซ้ำ ๆ จนอาจได้มีการพูดคุยกันในสิ่งที่ชื่นชอบเหมือนกันนั่นเอง

          -แฟชั่นของชุดออกกำลังกายที่จัดจ้านและประชันกันมากกว่าการออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ นี่ถือเป็นเหตุผลหรือแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ทำให้สาว ๆ อยากหยิบชุดออกกำลังกายสวย ๆ ซึ่งเป็นแฟชั่นหนึ่งของฟิตเนสจนทำให้ฉุดพวกเธอไปออกกำลังกายได้เลยทีเดียว อีกทั้งเทรนด์ชุดฟิตเนสก็มีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา จนอาจสร้างกลุ่มแฟชั่นภายในฟิตเนสนั้น ๆ จนสร้างความใกล้ชิดภายในกลุ่มได้มากกว่า

          -เครื่องออกกำลังกายที่มีความทันสมัยและสามารถสร้างมวลกล้ามเนื้อได้มากกว่า แน่นอนว่าฟิตเนสย่อมมีเครื่องออกกำลังกายต่าง ๆ ไว้อย่างมากมาย และหลาย ๆ สิ่งเน้นความทันสมัยและตอบโจทย์การออกกำลังกายได้มากกว่าการวิ่ง อีกทั้งยังมีคอร์สและเทรนเนอร์ที่เป็นกูรูในการออกกำลังกายได้อย่างตรงจุด สำหรับบางคนที่มาฟิตเนสเพราะต้องการออกกำลังกายหรือลดสัดส่วนในบางจุดก็สามารถเลือกใช้เครื่องออกกำลังกายภายในฟิตเนสเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์อย่างตรงจุดได้ดีกว่าการวิ่งหรือออกกำลังกายที่สวนสาธารณะอีกด้วย เพราะในฟิตเนสมีเครื่องออกกำลังกายที่คุณสามารถเลือกได้อย่างมากมายว่าต้องการเพิ่มหรือลดกล้ามเนื้อส่วนใดเป็นพิเศษได้ดีกว่า

          การเข้าฟิตเนสอย่างเป็นประจำเพื่อการออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงสุขภาพดี สามารถมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคภัยต่าง ๆ ได้แล้ว ยังมีข้อดีทางอ้อมที่หลาย ๆ คนอาจมองข้ามไปจากประโยชน์ที่ตัวเองได้รับอยู่เป็นประจำก็ได้ ดังนั้นหากอยากสร้างอารมณ์ที่แตกต่างจากเดิมจากการเล่นฟิตเนสแล้วล่ะก็ ลองมองข้อดีทางอ้อมเหล่านี้ดูและจะทำให้การเล่นฟิตเนสของคุณฟินขึ้นกว่าเดิมก็ได้นะ