หนุ่มสาวออฟฟิศสามารถพิชิตอาการปวดเมื่อยได้ด้วยโยคะ ส่องการเล่นโยคะที่ช่วยผ่อนคลายได้กัน

สำหรับชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งเก้าอี้ตากแอร์เพื่อทำงานเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อเนื่องกันแล้ว ย่อมมีอาการปวดเมื่อยรวมไปถึงความเครียดที่เกิดจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และใช้ความคิดที่เคร่งเครียด จึงทำให้หนุ่มสาวชาวออฟฟิศมีโอกาสเป็นโรคเครียดได้ง่าย ๆ ซึ่งนอกจากโรคเครียดแล้วยังอาจมีอาการอื่น ๆ ที่เห็นได้ชัดเจนตามมา เช่น อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดต้นคอ ปวดตา เป็นต้น แต่คุณสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยเหล่านี้ได้ด้วยโยคะบำบัด โยคะช่วยได้อย่างไรบ้าง ตามมาดูกัน

ท่าโยคะที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้

          -ท่าเด็ก (Child Pose) เริ่มต้นกันด้วยท่าเบสิคกันก่อน สำหรับท่านี้สามารถทำได้โดยการนั่งที่พื้นโดยหันปลายเท้าไปด้านหลัง และนั่งบนส้นเท้า พร้อมกับเหยียดตัวและแขนไปด้านหน้า เก็บคอในลักษณะก้มหน้าให้หน้าผากชิดติดพื้น ทริคสำหรับท่านี้คือต้องเหยียดแขนให้ตรงสุด ซึ่งท่านี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อได้จากการยืดเหยียด ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น ในขณะที่ทำท่านี้ให้สูดหายใจเข้าและออกอย่างช้า ๆ และยาว ๆ เพื่อสูดออกซิเจนบริสุทธิ์ให้เข้าไปมากที่สุดนั่นเอง

          -ท่าสะพาน (Bridge Pose) เป็นท่าที่อัพระดับความยากขึ้นมาสักหน่อย หรือที่หลาย ๆ คนเรียกอีกชื่อว่า “ท่าสะพานโค้ง” ทำได้โดยการนอนราบกับพื้น และยกสะโพกและลำตัวขึ้นให้สูงจากพื้นที่สุด ปลายเท้าชี้ไปด้านหน้าในระนาบที่ตรง แขนทั้งสองข้างนาบไปกับพื้นโดยมีลักษณะเหยียดตรง ไม่งอ ปลายนิ้วหันไปทิศทางเดียวกับปลายเท้า ทริคสำหรับท่านี้คือการยกสะโพกและลำตัวให้สูงที่สุด ท่านี้จะต้องมีการเกร็งลำตัวพร้อมกับการยืดเหยียดทั้งปลายเท้าและแขน จึงทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก

          -ท่าผีเสื้อ (Butterfly Pose) ท่านี้ตอบโจทย์ลดอาการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดีสำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ ทั้งวัน และยังเป็นท่าที่ง่ายมาก ๆ สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการนั่งท่าขัดสมาธิ นั่งให้หลังตรงที่สุด จับฝ่าเท้าทั้งสองข้างประกบกัน โดยใช้มือทั้งสองข้างประสานและดันให้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างเข้าหากันให้มากที่สุด โน้มตัวไปข้างหน้า โดยพยายามให้เข่าชิดติดพื้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้สักครู่แล้วจึงพัก ท่านี้จะช่วยในการยืดหลังจากการที่ต้องนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงนั่นเอง

          เพราะการเล่นโยคะได้มีการยืดเส้นยืดสายของร่างกายให้ยืดเหยียดออกไป ทั้งยังเป็นการออกกำลังด้วยวิธีการง่าย ๆ ที่ไม่ต้องออกแรงเยอะ จึงทำให้มีความผ่อนคลายขณะเล่น เพราะได้เคลื่อนไหวร่างกายด้วยท่าทางต่าง ๆ ที่เชื่องช้าลง อีกทั้งยังมีการกำหนดลมหายใจเข้าออกให้เหมาะสมกับท่วงท่าต่าง ๆ และการเล่นโยคะส่วนมากจะเล่นในร่มพร้อมกับบรรยากาศที่สามารถสร้างความผ่อนคลายได้ด้วย ดังนั้นนอกจากการเล่นโยคะจะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้แล้ว ยังสามารถช่วยลดความเครียดให้ได้อีกด้วยนะ

โยคะเบียร์ ศาสตร์ประยุกต์ของการออกกำลังกาย เอาใจนักดื่มสายปาร์ตี้รักสุขภาพ

สำหรับนักดื่มทั้งหลาย วันนี้เรามีวิธีการออกกำลังกายแบบใหม่มาแนะนำ ที่จะทำให้คุณมีสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กับการดื่ม โดยเฉพาะนักดื่มคอเบียร์ รับรองว่าคุณจะต้องหันมารักสุขภาพ อยากออกกำลังกายอย่างแน่นอน ซึ่งการออกกำลังกายแบบใหม่ที่จะมาแนะนำวันนี้ เป็นเรื่องของโยคะกับการดื่มเบียร์ สองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร ไปหาคำตอบกันได้เลย

ดื่มไป เล่นไป แค่นี้ก็เบิร์นไขมันได้

“โยคะเบียร์” หลายคนอาจสงสัย และยังคงงง ๆ ว่าเบียร์กับโยคะมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร สำหรับวันนี้เรามีคำตอบมาบอก เป็นที่ทราบกันดีว่าโยคะเป็นศาสตร์แห่งการออกกำลังกายแบบบำบัด เป็นการฝึกกำหนดลมหายใจ ผ่านการคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อให้เกิดสติ และสมาธิ ส่วนเบียร์จัดได้ว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทของมึนเมา ที่อาจทำให้ขาดสติได้ชั่วคราว แต่ก็มีประโยชน์ทางอ้อมอยู่เหมือนกัน คือสามารถป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบสูบฉีดเลือดไหลเวียนดี และยังบำบัดความเครียดได้อีกเช่นกัน เพราะเชื่อว่าดื่มเบียร์แล้วจะทำให้อารมณ์ดี สุนทรีย์ไปกับการดื่มเบียร์

“โยคะเบียร์” เป็นการเล่นโยคะแบบใหม่ ที่ทำให้จิตใจสงบลงเมื่อได้ดื่มเบียร์ หรืออาจเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ เช่น ไวน์ โยคะเบียร์ถือเป็นการเล่นโยคะแบบประยุกต์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและมาแรงไม่แพ้โยคะประเภทอื่น สำหรับสายโยคะ หรือสายดื่มตัวยงไม่ควรพลาดที่จะลองเล่นโยคะเบียร์เป็นอันขาด

สายเฮลตี้ หรือสายปาร์ตี้ ไม่ว่าจะสายไหนก็เล่นโยคะได้

                การเล่นโยคะเบียร์ กำลังเป็นที่สนใจของคนชอบออกกำลังกายจำนวนมาก เริ่มมีคลาสเปิดสอนในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่เริ่มมีได้ไม่นาน สำหรับวิธีการเล่นโยคะเบียร์นั้นไม่ยาก เพียงแค่คุณมีพื้นฐานการเล่นท่าโยคะต่าง ๆ มาบ้างแล้ว พร้อมกับอุปกรณ์ประกอบการเล่นชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้นั้นก็คือเบียร์ เริ่มการเล่นโยคะเบียร์ โดยผู้เล่นออกท่าทางการเล่นโยคะท่าต่าง ๆ ไปพร้อมกับใช้เบียร์เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเล่นท่าโยคะ เช่น ช่วยในการทรงตัว หรือการเพ่งสมาธิ และในระหว่างที่ออกลวดลายเล่นท่าโยคะต่าง ๆ ผู้เล่นสามารถจิบเบียร์ไปพลาง ๆ ได้ แต่ขอแนะนำว่าไม่ควรจิบเยอะจนเมา เอาแค่พอกึ่ม ๆ ให้มีสติไปกับการฝึกสมาธิ และจิตใจเข้าถึงความสงบไปพร้อม ๆ กับการจิบเบียร์

ข้อดีของการเล่นโยคะเบียร์ คือทำให้ผู้เล่นมีสติ สมาธิ มากขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรง ได้ยืดเส้นยืดสายเล่นท่าโยคะ อีกทั้งสุขภาพดี พักผ่อนหลับสบาย รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี จากการได้จิบเบียร์ และสนุกสนานไปกับปาร์ตี้ดื่มเบียร์พร้อมกับเพื่อน ๆ ร่วมคลาส เปลี่ยนบรรยากาศการออกกำลังกายที่น่าเบื่อ ให้น่าสนใจมากขึ้น ถือได้ว่าโยคะเบียร์เป็นการประยุกต์วิธีการออกกำลังกายเพื่อเอาใจสายดื่ม สายปาตี้ ให้หันมารักสุขภาพโดยเฉพาะ หากคุณเป็นนักดื่มสายเฮลตี้ไม่ควรพลาดปาตี้ “โยคะเบียร์”

มาแล้วจ้า สุดยอดวิธีการบริหารหน้าเด็ก ด้วยโยคะหน้าเด็ก เคล็ดลับของเหล่าเซเลบ

ปัจจุบันการบริหารหน้าเด็กมีหลายวิธี ทั้งวิธีทางการแพทย์ และวิธีการออกกำลังกาย ขึ้นอยู่กับวิธีบริหารใบหน้าของแต่ละคน แต่สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำ สูตรรวมโยคะหน้าเด็กที่เป็นเคล็ดลับ ของเหล่าเซเลบทั้งหลายมาฝากทุกคนเผยเคล็ดลับ ว่าทำไมเหล่าเซเลบยิ่งอายุเยอะยิ่งหน้าเด็ก พวกเขามีวิธีดูแลใบหน้าอย่างไรเรามาดูกันเลย

สุดยอดวิธีการบริหารหน้าเด็ก ด้วยโยคะหน้าเด็ก

                สำหรับวิธีการดูแลใบหน้าให้อ่อนเยาว์ และหน้าเด็กอยู่ตลอดของเหล่าเซเลบที่นำมาแนะนำกันคือ การเล่นโยคะหน้าเด็ก ซึ่งการเล่นไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ใช้เพียงใบหน้า และความพร้อมของตัวคุณ เพียงเท่านี้ก็สามารถเล่นโยคะหน้าเด็กได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับสาว ๆ ที่มีอายุเข้าใกล้เลขสามเต็มที หรือแม้แต่สาวน้อยที่ยังไม่อยากหน้าแก่ รีบ ๆ หันมาฟังกันทางนี้ เพราะเราพบหนทางรอดการชะลอความชราของคุณแล้ว การเล่นโยคะเด็กนั้นไม่ยากเพียงแค่ขยับปาก และใบหน้าให้เต็มที่ พร้อมกับนึกถึงของกิน เช่น กล้วยน้ำว้า แอปเปิ้ล

เริ่มต้นการเล่นโยคะหน้าเด็ก ด้วยการบริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า หรือเป็นการวอร์มอัพใบหน้า โดยการออกเสียงพูดคำว่า “กล้วย – น้ำ – ว้า” เน้นพูดออกเสียงยาว ๆ พูดที่ละคำ พร้อมกับทำตาโต ห้ามหยีตาระหว่างที่พูด ต่อด้วยการวอร์มอัพใบหน้าคำที่สองคือ “ปลา – ทู – หมด – เข่ง” เน้นลากออกเสียงยาว ๆ และพูดที่ละคำเหมือนเดิม คือ ปลา = ลากเสียงยาว ๆ ทู = ทำปากห่อและปากยื่น หมด = เปล่งเสียงออกมาแล้วยิ้มค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นตามด้วยคำว่า เข่ง

หน้าเด็กแบบเซเลบไม่ยาก แค่ลองเล่นโยคะหน้าเด็ก

                หลังจากผ่านการวอร์มอัพ โดยการเดินตลาดซื้อกล้วยน้ำว้า และปลาทูหมดเข่ง มาพอสมควร ได้เวลาที่ทุกคนรอคอยกับการเล่นโยคะหน้าเด็ก เริ่มที่ท่าแรก “การกระชับใบหน้า” เริ่มจากการเม้มปากแบบตึง ๆ ยิ้มนิด ๆ แล้วนับ 1 – 10 เพียงเท่านี้เราก็จะรู้สึกถึงความกระชับบนใบหน้าแล้ว ต่อด้วยท่าที่สอง “การยกกระชับใบหน้า” ที่มาพร้อมกับแอปเปิ้ล เริ่มทำท่าเม้มปากเหมือนเดิม แต่หันหน้าไปทางขวา พร้อมกับพูดว่า “แอป” นับ 1 – 10 แล้วหันหน้าตรงพร้อมกับพูดว่า “เปิ้ล” จากนั้นสลับหันหน้าไปทำด้านซ้าย ข้อดีของท่านี้คือช่วยกระชับโหนกแก้ม ลดโหนกแก้ม ใครที่ต้องการลดโหนกแก้ม แนะนำว่าควรขยันพูดแอปเปิ้ลบ่อย ๆ

ต่อไปเป็นท่าที่สาม “ท่ากระชับเหนียง” ที่มาพร้อมกับคำว่า ส้มตำ สำหรับคนที่มีปัญหาเหนียงหย่อนยาน ต้องถูกใจท่านี้แน่นอน เริ่มต้นท่านี้คือ ทำหน้าตรงแล้วเงยหน้าขึ้นประมาณ 45 องศา พร้อมกับพูดว่า “ส้ม” ให้ออกเสียงยาว ๆ ประมาณ 5 วินาที จากนั้นก้มหน้าลงมาพร้อมกับพูดคำว่า “ตำ” ยาว ๆ เหมือนเดิม เพียงเท่านี้ก็สามารถลดเหนียงของคุณได้แล้ว แนะนำว่าเวลากินส้มตำแซ่บ ๆ อย่าลืมยกกระชับเหนียงไปด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเคล็ดลับหน้าเด็กของเหล่าเซเลบ หวังว่าจะถูกใจใครหลาย ๆ คน ที่กำลังมองหาวิธีบริหารหน้าเด็กกันอยู่ ได้รู้เคล็ดลับแล้วก็อย่าลืมไปหัดเล่นโยคะหน้าเด็กกันนะ

สนุกตื่นเต้นท้าทาย ไปกับการเล่นโยคะแนวใหม่ มิติใหม่ของการเล่นโยคะกับน้ำ

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะให้ทุกคนรู้จักการเล่นโยคะแบบใหม่ ๆ ที่มีการเล่นแตกต่างไปจากการเล่นโยคะแบบเดิม ๆ เพิ่มเติมคือ ความสนุกสนาน ตื่นเต้น และท้าทาย ซึ่งโยคะที่เราจะมาแนะนำให้รู้จักกันวันนี้ เป็นการเล่นโยคะแบบผสมผสาน ระหว่างท่าเล่นโยคะกับน้ำเป็นหลัก เรามาทำความรู้จักกันเลย

ตื่นเต้นท้าทายไปกับการเล่นโยคะกลางน้ำ

โยคะบนพื้นน้ำ (Float fit) เป็นการเล่นโยคะที่ผสมผสานระหว่างท่วงท่าของโยคะ และการใช้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ในการทรงตัวบนพื้นผิวน้ำ กลางสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่มีการปล่อยคลื่นออกมาเป็นระยะ เพิ่มความยากในการเล่นโยคะให้มากขึ้น โยคะประเภทนี้กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในโซนยุโรป เพราะมีไม่กี่สาขาที่เปิดสอนเท่านั้น

โยคะน้ำ (Aqua Yoga) เป็นโยคะแนวใหม่ที่ออกแบบมาเอาใจสายโยคะขี้ร้อนโดยเฉพาะ การเล่นโยคะทั่วไปมักถูกจำกัดการเคลื่อนไหวไว้บนเสื่อโยคะ แต่การเล่นโยคะน้ำจะช่วยเพิ่มอิสระในการเคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้น ข้อดีของการเล่นโยคะน้ำคือ ด้วยแรงดันของน้ำที่ช่วยพยุงตัวผู้เล่นไว้ใต้น้ำ สามารถรองรับน้ำหนักตัวของผู้เล่นได้ดี และช่วยลดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีเช่นกัน โยคะประเภทนี้นอกจากเหมาะกับคนขี้ร้อนแล้ว ยังเหมาะกับคนที่มีปัญหาด้านน้ำหนักตัวอีกด้วย

เพิ่มความหวาดเสียวให้กับการเล่นโยคะ ผสมการเล่นโยคะเข้ากับน้ำ

โยคะกลางน้ำ (Sup Yoga) เป็นการเล่นโยคะบน Sup หรือ Board ที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำ โยคะประเภทนี้ช่วยในเรื่องของการทรงตัวบน Sup หรือ Board ที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำ การเล่นโยคะกลางน้ำจะทำให้ผู้เล่นมีสมาธิมากขึ้น เพราะต้องทรงตัวบนบอร์ดตลอดเวลา หากผู้เล่นเผลอหรือใจลอย อาจทำให้เสียสมาธิตกจากบอร์ดได้ โยคะกลางน้ำถือเป็นโยคะอีกแบบที่เอาใจสายโยคะขี้ร้อน ที่มาพร้อมกับความสนุกสนานน่าตื่นเต้นกลางแม่น้ำ

โยคะสลิง (Slackline Yoga) โยคะประเภทนี้แม้จะไม่เกี่ยวกับน้ำเท่าไหร่ แต่หากเลือกเล่นในสถานที่มีแม่น้ำ หรือน้ำตก คุณก็พบกับความตื่นเต้นในการเล่นโยคะประเภทนี้ได้เช่นกัน โยคะสลิงถือได้ว่าเป็นโยคะสายโหด ที่เอาใจคนชอบความท้าทาย และตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา เป็นการเล่นโยคะบนเส้นสลิงที่ขึงอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วแต่ผู้เล่นที่ชอบความตื่นเต้น และความท้าทายแบบไหน ตัวอย่างเช่น การเล่นโยคะบนสลิงที่ขึงระหว่างริมแม่น้ำ น้ำตก หรือแม้แต่ริมหน้าผา เชื่อหรือยังว่าโยคะประเภทนี้สามารถทำให้คุณหลั่งสารอะดรีนาลีนได้ตลอดเวลา ข้อดีของโยคะประเภทนี้นอกจากความตื่นเต้นแล้ว ยังเป็นสุดยอดของการฝึกสมาธิให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี และขอแนะนำว่าการเล่นโยคะประเภทนี้ ผู้เล่นควรฝึกเล่นกับสถานที่ที่ปลอดภัย ให้เกิดความชำนาญก่อน จากนั้นค่อยอัพเลเวลเพิ่มความแอ๊ดวานซ์ ในการเล่นโยคะ

สำหรับความตื่นเต้นและท้าทายที่เรานำมาฝาก ผ่านการเล่นโยคะครั้งในนี้ น่าจะถูกใจหลาย ๆ คนที่กำลังมองหาการเล่นโยคะแบบใหม่  เปลี่ยนความน่าเบื่อของโยคะมาเป็นความน่าตื่นเต้นและท้าทายกันดีกว่า

เล่นโยคะสไตล์ใหม่ ฉีกกฎเดิม ๆ ของการเล่นโยคะ การออกกำลังกายจะกลายเป็นเรื่องน่าสนุก

เมื่อพูดถึงโยคะ หลาย ๆ คนอาจนึกถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย และออกท่าทางอย่างช้า ๆ ประกอบการกำหนดลมหายใจอยู่บนเสื่อโยคะ แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเล่นโยคะแบบใหม่เกิดขึ้น และกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ ห้ามพลาดที่จะลองเล่นโยคะเหล่านี้

เล่นโยคะแบบใหม่ บนกลางอากาศ

โยคะบนเปลผ้า (Aerial Yoga) เป็นการเล่นโยคะบนเปลที่แขวนไว้กลางอากาศ ในขณะเล่นโยคะท่าต่าง ๆ หลายคนฟังดูแล้วน่าหวาดเสียว บางคนอาจเกิดคำถามว่าเปลที่ใช้เล่นแข็งแรงหรือเปล่า มั่นคงแค่ไหน ถ้าตกลงมาจะเจ็บไหม ทุกคำถามมีคำตอบ เป็นที่ทราบกันดีว่าการเล่นโยคะบนเปลผ้า คือการเล่นโยคะที่ห้อยโหนอยู่บนอากาศ ซึ่งเปลผ้าที่ใช้เล่นนั้นย่อมมีความแข็งแรงและทนทานแน่นอน เพราะออกแบบมาสำหรับการใช้เล่นโยคะชนิดนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นผู้เล่นจึงหายห่วงเรื่องความแข็งแรงของอุปกรณ์ไปได้เลย สำหรับการเล่นโยคะบนเปลผ้า มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหนนั้น ขอแนะนำว่าโยคะประเภทนี้ผู้เล่นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญส่วนตัวในการเล่น คือผู้เล่นต้องมีพื้นฐานในการเล่นโยคะมาบ้างแล้ว พร้อมกับการเล่นที่อยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้ผ่านการฝึกอบรม และได้รับการอนุญาตให้ฝึกสอนได้

ข้อดีของการเล่นโยคะเปลผ้า คือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวของกระดูก และข้อต่อต่าง ๆ ช่วยพัฒนาจิตใจให้มั่นคงมากกว่าเดิม เนื่องจากเป็นการเล่นโยคะที่อยู่บนกลางอากาศ ปัจจุบันโยคะประเภทนี้ ได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายประเทศ ด้วยความแปลกใหม่ และการเล่นที่สนุกสนานกว่าการเล่นโยคะแบบทั่วไป ผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ไม่ควรพลาด

ทดสอบความเชื่อใจผ่านโยคะคู่ คลายเครียดไปกับโยคะหัวเราะ

โยคะคู่ (Acro Yoga) เป็นโยคะที่เอาใจคนขี้เหงา ที่ไม่อยากเล่นโยคะคนเดียว หรือเอาใจคนมีคู่ที่มาพร้อมกันเป็นแพ็คเกจ การเล่นโยคะคู่เป็นการเล่นที่เน้นการผสมผสาน ระหว่างผู้เล่นสองคนให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ท่าที่ใช้เล่นโยคะประเภทนี้ ส่วนใหญ่เป็นท่าที่ค่อนข้างผาดโผน ที่ต้องอาศัยความเชื่อใจกันระหว่างผู้เล่นทั้งสอง สำหรับคนมีคู่ที่กำลังมองหาวิธีทดสอบความเชื่อใจ ลองจับมือกันแล้วหันมาเล่นโยคะคู่ เพื่อทดสอบความเชื่อใจของพวกคุณดู

โยคะหัวเราะ (Laughter Yoga) เป็นการเล่นโยคะหัวเราะแบบไม่มีเหตุผล คือสามารถหัวเราะได้ตามใจผู้เล่น โดยไม่ต้องถามหาเหตุผล หรือเงื่อนไขใด ๆ โยคะประเภทนี้เชื่อว่าจะทำให้ผู้เล่นมีความสุขมากขึ้น รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด โลกนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มที่สดใส สำหรับใครที่กำลังมองหาการออกกำลังกายแบบช่วยผ่อนคลาย ลองหันมาเล่นโยคะหัวเราะกัน แล้วทุกวันของคุณจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับโยคะแนวใหม่ที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจคนที่ชอบความแปลกใหม่ เปลี่ยนการเล่นโยคะแบบธรรมดา ให้กลายเป็นแบบที่ไม่ธรรมดา เพิ่มความสนุกให้กับการเล่นโยคะมากกว่าเดิม

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำบัดทุกข์ ศาสตร์แห่งการบำรุงสุข เป็นศาสตร์แห่งทางเลือก

สังคมในยุคปัจจุบันก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 เป็นสังคมแห่งการก้มหน้าเข้าหาเทคโนโลยีมากขึ้น ทุกคนต่างใช้ชีวิตเร่งรีบไปกับการทำงาน แข่งขันกับเวลา จนทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุของการเจ็บไข้ได้ป่วย ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ โยคะจึงเป็นศาสตร์ทางเลือก ที่ถูกนำมาใช้ในการบำบัด ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำบัดทุกข์

                โยคะบำบัด เป็นทางเลือกสำหรับช่วยในการบำบัดอาการของโรคต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์สมัยใหม่เท่านั้น เราสามารถใช้โยคะเพื่อดูแลสุขภาพร่างกาย และจิตใจ ให้ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ โยคะช่วยบำบัดโรคอะไรบ้าง วันนี้เรามีมาแนะนำ

  1. โยคะบำบัดต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์มีความสำคัญต่อร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ หากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ ผิดปกติเช่นกัน โยคะบำบัดโรคต่อมไทรอยด์อย่างไร เพียงแค่การฝึกกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก อย่างช้า ๆ ก็ช่วยทำให้ระบบสูบฉีดเลือด และระบบหมุนเวียนพลังงานดีขึ้น
  2. โยคะบำบัดโรคไต โรคไตเกิดจากภาวะการทำงานผิดปกติของไต ไตทำงานได้ลดลง การเล่นโยคะพื้นฐานโดยเฉพาะท่าแห่งความสุข สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของไตให้ดีขึ้นได้
  3. โยคะบำบัดแก้หมอนรองกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม อาการโดยทั่วจะรู้สึกชาที่ขาและเท้า รวมถึงอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ถึงขั้นเดินไม่ได้ สำหรับผู้ที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม ขอแนะนำให้เล่นโยคะควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ จะช่วยให้อาการของโรคหายเร็วยิ่งขึ้น
  4. โยคะบำบัดออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ต้องประสบปัญหากับอาการออฟฟิศซินโดรมเป็นส่วนใหญ่ ชอบมีอาการปวดไหล่ ปวดคอ และปวดหลัง การเล่นโยคะมีหลายท่า ที่ช่วยทำให้อาการเหล่านี้หายลงได้ แล้วอย่าลืมช่วนเพื่อนที่ทำงานมาเล่นโยคะด้วยกัน

โยคะบำบัด ศาสตร์แห่งการบำรุงสุข

การเล่นโยคะสามารถช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข ปราศจากความเครียด การนอนไม่หลับ และแก้อาการหลงลืม การเล่นโยคะช่วยบำรุงสุขอะไรได้บ้าง

  • บรรเทาอาการคลายเครียด ปัจจุบันโรคเครียดเกิดขึ้นกับทุกคน โดยเฉพาะวัยหนุ่ม สาว วัยทำงาน ที่มีความเครียดสะสมจากการทำงาน การเล่นโยคะสามารถช่วยลดอาการความเครียดได้ในระดับหนึ่ง
  • แก้โรคนอนไม่หลับ ภาวะการนอนไม่หลับ มาจากความเครียด มีเรื่องให้ต้องคิดตลอดเวลา หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ใช้ชีวิตตอนกลางคืนติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ติดละคร ติดซีรีส์ การเล่นโยคะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงาน ส่งผลให้นอนหลับง่ายในตอนกลางคืน
  • แก้อาการหลงลืม โยคะเป็นศาสตร์แห่งการออกกำลัง ฝึกสมาธิผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย พร้อมกำหนดลมหายใจ มีสติ สมาธิ อยู่ที่ลมหายใจ เมื่อฝึกเล่นโยคะบ่อย ๆ จะช่วยให้มีความจำดีขึ้น และมีสติมากขึ้นกว่าเดิม

โยคะ ถือเป็นศาสตร์สำคัญอีกแขนงหนึ่ง ที่ช่วยทั้งบำบัดโรค บำรุงสุข ส่งผลดีสำหรับผู้เล่นเกือบทุกด้าน สำหรับคนที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ลองให้โยคะบำบัด ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ แล้วคุณจะรู้ว่าการเล่นโยคะสามารถช่วยคุณได้

ความแตกต่างระหว่างโยคะแต่ละประเภท กับคุณประโยชน์ของโยคะ ที่คุณควรรู้

โยคะ เป็นศาสตร์แห่งการออกกำลังกาย และเป็นศาสตร์แห่งการบำบัด การเล่นโยคะที่เห็นผล ควรเลือกเล่นให้ตรงตามประเภทของโยคะ โยคะมีหลายประเภท มีประเภทอะไรบ้างนั้นมาทำความรู้จักกันเลย

ผอมสวยด้วยโยคะ โยคะสำหรับออกกำลังกายลดความอ้วน

  • โยคะร้อน (Bikram Yoga) โยคะร้อน เป็นการเล่นโยคะในอุณหภูมิห้องที่มีความสูงประมาณ 37 องศา โยคะประเภทนี้สามารถทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นมากขึ้น เพิ่มความกระชับให้กับกล้ามเนื้อทุกส่วน ขจัดของเสียออกมาในรูปแบบของเหงื่อได้มากขึ้น จึงช่วยในเรื่องของการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การเล่นเพื่อลดความอ้วน นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดต่าง ๆ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ช่วยระบบการหมุนเวียนของเลือด สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนัก โยคะร้อนถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
  • วินยาสะโยคะ (Vinyasa Yoga) วินยาสะโยคะ เป็นการเล่นโยคะที่ใช้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับกำหนดลมหายใจ เข้า – ออก อย่างช้า ๆ เปลี่ยนจากท่าหนึ่งไปสู่อีกท่าหนึ่งโยคะประเภทนี้เหมาะสำหรับการเล่นเพื่อลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก เพราะมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา และยังทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความกระฉับกระเฉง ช่วยลดความตรึงเครียด และมีสมาธิมากขึ้น

สุขภาพดีด้วยโยคะ โยคะเพื่อดูแลสุขภาพ

  • หฐโยคะ (Hatha Yoga) หฐโยคะ เป็นการเล่นโยคะเน้นท่าที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย พร้อมกับฝึกพลังลมปราณ ควบคุมลมหายใจ เข้า – ออก เพื่อให้เข้าถึงพลังจิตใจของตัวเอง โยคะประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกความอดทน และเข้าถึงจิตใจของตนเอง
  • อัษฎางค์โยคะ (Ashtanga Yoga) อัษฎางค์โยคะ เป็นการเล่นโยคะแบบท่ายาก หรือที่เราเห็นกันบ่อย ๆ เช่น มือค้ำยันพื้น แล้วยกขาชี้ฟ้า โยคะประเภทนี้ท่าฝึกไม่เยอะ แต่ละท่าเน้นความแข็งแรงเป็นหลัก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูก และกล้ามเนื้อ สำหรับคนที่ชอบความสตรอง แนะนำว่าต้องลอง
  • หยิน โยคะ (Yin Yoga) หยิน โยคะ เป็นการเล่นโยคะแบบค้างไว้เป็นเวลานาน ๆ และเปลี่ยนท่าอย่างเชื่องช้า แบบเนิบ ๆ เพื่อเป็นการฝึกสมาธิไปในตัว การเล่น หยิน โยคะ ทำให้ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ และเนื้อเยื่อ มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ หยิน โยคะ ยังเป็นศาสตร์แห่งการบำบัดสำหรับคนใจร้อน แนะนำว่าใครใจร้อนรีบมาบำบัดกับ หยิน โยคะ โดยด่วน
  • โยคะธรรมดา (Gentle Yoga) โยคะธรรมดา เป็นการเล่นโยคะสำหรับมือใหม่หัดเล่น เน้นท่าพื้นฐานเบื้องต้นแบบเบา ๆ ฝึกปรับระดับลมหายใจ เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ร่างกาย โยคะธรรมดา ช่วยรักษาอาการปวดตามข้อต่าง ๆ สำหรับมนุษย์ออฟฟิศทั้งหลาย ที่เสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรม ขอแนะนำว่าควรอย่างยิ่ง

โยคะ เหมาะสำหรับผู้เล่น ทุกเพศ ทุกวัย โยคะมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แต่งต่างกันไป ทั้งโยคะเพื่อสุขภาพ โยคะเพื่อการบำบัด หรือโยคะเพื่อการออกกำลังกาย  ผู้สนใจควรหาเวลาว่างฝึกเล่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ

ช่วงเวลาดี ๆ สำหรับการเล่นโยคะ กับสถานที่สุดชิลล์ โชว์ลีลาการเล่นโยคะ

                โยคะ เป็นการออกกำลังกายแบบยืดเส้นยืดสาย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการออกกำลังกาย โดยทั่วไปจะเป็นช่วงเช้า หรือช่วงเย็น แต่สำหรับการเล่นโยคะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นโยคะคือช่วงเช้า การเล่นโยคะช่วงเช้าดีอย่างไร เรามีมาบอกกัน

เช้านี้อากาศสดใส เป็นช่วงเวลาดี ๆ ของการเล่นโยคะ

  • เช้านี้อากาศดี การเล่นโยคะเป็นการฝึกสมาธิ กำหนดลมหายใจ เข้า – ออก เชื่อว่าการเล่นโยคะช่วงเช้าจะทำให้เราได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ จากการฝึกกำหนดลมหาย ช่วยบริหารปอดได้เป็นอย่างดี
  • สลัดความเกียจคร้าน ตื่นนอนในตอนเช้า การหลับในช่วงเช้าเป็นสุดยอดของการนอนหลับแบบมีความสุข จนไม่อยากตื่นนอนในตอนเช้า แต่การเล่นโยคะในช่วงเช้า ช่วยฝึกวินัยการตื่นนอน ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว ว่องไว ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ลองพยายามฝึกตัวเองให้ตื่นเช้าดู แล้วจะรู้ว่าดีต่อสุขภาพแค่ไหน
  • สมองโปร่ง จิตใจแจ่มใส่ การเล่นโยคะ หรือแม้แต่การออกกำลังกายประเภทอื่นในยามเช้า จะทำร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา คือสารเอ็นดอร์ฟิน ที่ทำให้ร่างกายสดชื่น มีพลังด้านบวก พร้อมจิตใจที่แจ่มใส่
  • หุ่นดีด้วยระบบเผาผลาญ ใครที่ต้องการเผาผลาญพลังงานจำนวนมาก ขอบอกเลยว่าการเล่นโยคะตอนเช้าสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีที่สุด
  • ตื่นเช้าไม่อด ทานอาหารให้เป็นเวลา การตื่นเช้า ๆ มาเล่นโยคะ ช่วยสร้างวินัยให้อีกอย่างหนึ่ง คือรับประทานอาหารได้ตรงตามเวลา โรคกระเพาะไม่ถามหาแน่นอน
  • หลับสบาย เพราะออกกำลังกาย ผลจาการตื่นขึ้นมาเล่นโยคะในตอนเช้า มีการเผาผลาญพลังงานออกไป ส่งผลให้หลับสบายมากขึ้นในตอนกลางคืน
  • หัวใจทำงานปกติ การเล่นโยคะ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต ได้เป็นอย่างดี

สถานที่สุดชิลล์  โชว์ลีลาการเล่นโยคะ

การเล่นโยคะ ส่วนใหญ่นิยมเล่นใน Studio เพราะมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งสถานที่สะดวก สบาย และเอื้ออำนวย นอกจากนี้ยังมีคลาสเรียนมากมายให้เลือกเรียนได้ตามใจชอบ สำหรับคนที่เล่นโยคะเก่ง และชำนาญแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศหาสถานที่ดี ๆ โชว์ลีลาท่วงท่า เพิ่มความสนุกในการเล่นโยคะให้มากขึ้น เรามีไอเดียดี ๆ มาแนะนำ กับสถานที่เล่นโยคะแบบ Outdoors

  • สำหรับผู้รักความสงบ ลองเปลี่ยนบรรยาศไปเล่นโยคะ ท่ามกลางขุนเขา ทะเลหมอก ริมแม่น้ำ ทะเลสาบ สร้างความเก๋ ให้กับการเล่นโยคะไปอีกแบบหนึ่ง
  • สำหรับผู้ที่รักอิสระ มีความสดใสอยู่ในตัว เพิ่มความอินดี้ให้กับโยคะ ลองหันมาเล่นโยคะตามริมทะเล ที่เต็มไปด้วยหาดทรายขาว น้ำใส Aloha กันให้เต็มที่
  • สำหรับผู้ที่มีความอบอุ่น อยู่ในหัวใจ พื้นหญ้าสีเขียวขจี้ มีน้ำค้างหยดอยู่บนยอดหญ้า สร้างมนตร์เสน่ห์ให้กับการเล่นโยคะแบบคลาสสิค

การเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายทางเลือกหนึ่ง ส่งผลดีกับเราเกือบทุกด้าน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการเล่นโยคะ ควรเลือกเล่นในช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงจะส่งผลดีอีกเช่นกัน

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นโยคะ กับสิ่งของที่ต้องมี สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะ

สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะ อาจยังไม่ทราบว่าควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนการเล่นโยคะ หรือต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักการเล่นโยคะให้มากขึ้น

5 สิ่งที่ควรรู้ สำหรับมือใหม่ หัดเล่นโยคะ

  1. ข้อควรระวังสำหรับผู้เล่นโยคะ การเล่นโยคะจริง ๆ แล้ว สามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน สตรีมีครรภ์ หรือผู้สูงอายุ การเล่นโยคะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเล่นดีที่สุด
  2. สถานที่เล่นโยคะ การเล่นโยคะสถานที่เริ่มเรียนครั้งแรกย่อมสำคัญกับมือใหม่หัดเล่น ความประทับใจในการเล่นครั้งแรก จะบอกว่าควรหยุดเล่นหรือเล่นต่อไป ดังนั้นควรศึกษาหาข้อมูล สถานที่เล่นโยคะแต่ละแห่งให้ดี เลือกที่ชอบ ที่ใช่ และสะดวก สบาย ในการเดินทาง
  3. ช่วงเวลาการเล่นโยคะที่เหมาะสม การเล่นโยคะ สามารถเรียนได้ทุกช่วงเวลา แต่ขอแนะนำว่าควรเรียนก่อน หรือหลังรับประทานอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเป็นลม และการจุกเสียดท้อง
  4. การแต่งกายให้เหมาะสม สถานที่เรียนโยคะมีมากมาย เราควรเลือกแต่งกายให้เหมาะสม กับสถานที่ที่เข้าเรียน เช่นใน Studio สามารถแต่งตัวได้ตามสไตล์คุณเกือบทุกรูปแบบ แค่ไม่เป็นอุปสรรคในการเล่นโยคะก็พอ หรือเล่นโยคะแบบ Outdoors ขอแนะนำว่าควรแต่งกายให้มิดชิดนิดหน่อย แต่สามารถเล่นโยคะได้เหมือนเดิม
  5. อุปกรณ์ในการเล่นโยคะ ก่อนการเล่นโยคะเราควรทราบเบื้องต้น ว่าควรเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง เช่น เสื่อโยคะ เข็มขัดโยคะ เชือก ผ้าขนหนู และเก้าอี้ เป็นต้น

อุปกรณ์ที่มือใหม่หัดเล่นโยคะควรมี

เริ่มกันที่ชิ้นแรกเลย นั่นคือ เสื่อโยคะ ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก สำหรับการออกกำลังกายเล่นโยคะ เพราะทุกท่วงท่าของการเล่นโยคะ อยู่บนเสื่อเกือบทั้งหมด ควรเลือกเสื่อโยคะที่ดี กันลื่น หนาพอรองรับน้ำหนัก กันกระแทก ได้ดี ราคาเสื่อโยคะ มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน เลือกได้ตามใจทุนทรัพย์ของแต่ละคน

ส่วนชิ้นต่อไปคือ เข็มขัดโยคะ เพิ่มท่วงท่าที่สวยงามในการเล่นโยคะ เข็มขัดโยคะช่วยในการเล่นท่าที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายสูง เทคนิคการเลือกเข็มขัดควรเลือกให้เหมาะกับความสูงของผู้เล่น และไม่ควรเลือกเส้นที่มีความลื่น

มาถึงของใช้ส่วนตัวอย่าง ผ้าขนหนูกันบ้างหลายคนอาจคิดว่าผ้าขนหนูใช้ทำอะไร ผ้าขนหนูใช้สำหรับเล่นโยคะได้หลายอย่าง เช่น ใช้เป็นผ้าปูรองนั่ง ปูรองนอน หรือใช้รองศีรษะ และอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ชุดเล่นโยคะ ได้แก่ เสื้อกีฬา และกางเกงกีฬา เพราะเป็นส่วนสำคัญในการเล่นโยคะ เนื่องจากโยคะเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นในร่างกายเสื้อผ้าที่เลือกจึงควรยืดหยุ่นได้ และเข้ากับสรีระของตัวเองด้วย

สำหรับมือใหม่หัดเล่นโยคะทั้งหลาย ก่อนเล่นโยคะควรทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับโยคะก่อนการเข้าเรียนดีที่สุด เพราะจะทำให้เข้าใจการเล่นง่ายขึ้น และสนุกไปกับการเล่นโยคะ

เทรนด์ชุดออกกำลังกายแบบแฟชั่นนิสต้า แต่งตัวเล่นโยคะอย่างไรไม่ให้เอาท์

ปัจจุบันคนเริ่มหันมาสนใจ ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว การออกกำลังกายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่คนรักสุขภาพหันมาใส่ใจ การออกกำลังกายมีหลายประเภท การเลือกชุดออกกำลังกายให้เหมาะสม กับประเภทการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกชุดออกกำลังกาย สำหรับเล่นโยคะเบื้องต้น

ขั้นตอนการเลือกชุดเล่นโยคะ เลือกอย่างไรไม่ให้เอาท์

เริ่มจากการ เลือกชุดที่เหมาะสมกับสถานที่เล่นโยคะ การเล่นโยคะ ไม่จำเป็นต้องเล่นใน Studio เพียงอย่างเดียว แต่การเล่นโยคะยังสามารถเล่น Outdoors ได้เช่นกัน การแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นตอนต่อไป เลือกชุดที่ใส่แล้วคิดว่าสบาย การเล่นโยคะใช้ร่างกายเกือบทุกส่วนในการเคลื่อนไหว ควรเลือกชุดที่ใส่แล้วให้ความรู้สึกสบาย สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว เช่น เสื้อยืดแขนสั้นพอดีตัว กับกางเกงขายาว หรือกางเกงขาสั้น เพียงเท่านี้ก็สามารถเล่นโยคะได้แล้ว สำหรับขั้นตอนต่อไป ควรเลือกชุดที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายโดยเฉพาะ คือเลือกชุดที่ผลิตด้วยผ้ากีฬา เพราะชุดกีฬาที่เหมาะสำหรับการใส่เล่นโยคะ จะต้องมีเนื้อผ้าที่โปร่ง สบาย สามารถซับเหงื่อ แห้งง่าย

เทคนิคการเลือกชุดขั้นตอนต่อไป เลือกชุดที่ไม่โป๊ หรือวาบหวิวจนเกินไป การเล่นโยคะเป็นการฝึกสมาธิชนิดหนึ่ง หากมีบางอย่างหลุดรอดออกมา อาจไปเตะตาเพื่อน ๆ ร่วมคลาส หรือทำลายสมาธิคุณครูได้ การเลือกชุดที่มีความหลากหลาย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้การเล่นโยคะสนุกมากขึ้น เพราะไม่ต้องใส่ชุดเดิม ๆ จำเจ แถมยังเพิ่มความมั่นใจขึ้นอีก ลองเลือกชุดที่หลากหลายแล้ว Mix & Match หาชุดที่ชอบตามสไตล์คุณ และการเลือกชุดขั้นตอนสุดท้ายคือ เลือกชุดที่ใส่แล้วมั่นใจ หากคุณมีชุดในดวงใจใส่แล้วมั่นใจ สามารถเล่นโยคะได้ คนรอบข้างโอเค ก็สามารถใส่ได้เช่นกัน

แนะนำเทคนิคการเลือกชุดเล่นโยคะแบบเก๋ ๆ

วันนี้เรามาแนะนำเทคนิคการเลือกชุดออกกำลังกายเล่นโยคะ สำหรับสาว ๆ แต่ละสไตล์มาฝากกัน ใครถูกใจสไตล์ไหนลองไปดูกัน

  • สาวมั่น การเลือกชุดสไตล์สาวมั่น ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวมั่นจะใส่อะไรก็มั่น ขอแนะนำเป็นสปอร์ตบราสีสวยเข้ากับกางเกงขายาว เลือกสีให้ Mix & Match ได้ตามใจสาวมั่น
  • สาวสตรอง สำหรับสาวสตรองที่มีลุคของการออกกำลัง แข็งแรง สตรองสมชื่อ เราขอแนะนำการแต่งตัวเป็น เสื้อกล้ามแขนกุด กางเกงขายาว ส่วนสีสันก็จัดตามใจชอบของแต่ละคน
  • สาวเปรี้ยว แนะนำแบบน่ารัก ๆ พอจี้ด ๆ เป็นเสื้อครอป มีสายไขว้หลัง พร้อมกางเกงขาสั้น แนะนำว่าอย่าโป๊มาก เดี๋ยวจะรบกวนสมาธิคนอื่นได้

ปัจจุบันเทรนด์การออกกำลังกายกำลังมาแรง เทรนด์การแต่งตัวออกกำลังกายก็มาแรงไม่แพ้กัน สำหรับใครที่หันมารักสุขภาพ เริ่มออกกำลังกาย อย่าลืมหาชุดออกกำลังกายสวย ๆ ใส่เพื่อเพิ่มสีสันให้กับการออกกกำลังกายกัน