เลือกเล่นโยคะในแบบที่ใช่  การเล่นโยคะรูปแบบไหนที่เหมาะสมกับตนเอง

ในเมื่อโยคะมีมากมายหลายประเภท การเลือกฝึกโยคะให้เหมาะสมกับตนเองจึงอาจสร้างความงุนงงให้กับผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นฝึกใหม่ เพื่อให้เข้าใจรูปแบบของโยคะทั้งที่มีมาแต่ดั้งเดิมและโยคะสมัยใหม่ได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงข้อจำกัดในการเล่นบางอย่าง มาทำความรู้จักกับโยคะประเภทต่าง ๆ ประกอบการตัดสินใจกันเถอะ

โยคะยอดฮิตที่ได้รับความนิยมมานาน

  • หฐ โยคะ (Hatha Yoga)

โยคะรูปแบบนี้มีท่ามาตรฐานที่ทำตามได้ไม่ยาก เน้นการค้างท่านาน พบได้ทั่วไปในชั้นเรียนวิชาโยคะในไทย มีผลในการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ เริ่มต้นฝึกได้แม้ไม่มีพื้นฐานมาก่อน

  • อัษฎางค์ โยคะ (Ashtanga Yoga)

เป็นการฝึกโยคะโดยมีท่าฝึกเป็นชุด การจะฝึกชุดไหนได้ต้องค่อย ๆ ไล่จากลำดับชุดฝึกแรกก่อน ผู้เล่นต้องใช้ทักษะทางร่างกาย ลมหายใจ และการกำหนดจุดสายตา ร่วมกับการเคลื่อนไหวท่าอย่างต่อเนื่อง

  • วินยาสะ โยคะ (Vinyasa Yoga)

เป็นโยคะที่นำท่าอาสนะต่างมาเรียงต่อกัน ผู้ฝึกจะไม่รู้ว่าท่าต่อไปคืออะไรแต่เล่นให้ไหลลื่นไปตามที่ครูสั่ง คล้ายกับการเต้นอย่างช้า ๆ โยคะรูปแบบนี้จะไม่ทำท่าค้างเป็นเวลานาน แต่จะเป็นการเคลื่อนไหวไปเรื่อย ๆ เหมาะมากสำหรับผู้เริ่มฝึกใหม่ ๆ

  • ไอเยนการ์ โยคะ (Iyengar Yoga)

การฝึกด้วยรูปแบบนี้มีอุปกรณ์เสริมเพิ่มเข้ามา เช่น หมอน ผ้าห่ม เข้มขัด หรือใช้ผนัง และแช่ค้างท่านานกว่ารูปแบบอื่น ๆ ที่กล่าวไว้ โดยบางครั้งไอเยนการ์ โยคะ ถูกมองเป็นเหมือนบัลเล่ต์ และมีส่วนช่วยอย่างมากในการรักษาเยียวยาความเจ็บป่วยต่าง ๆ ในร่างกาย

โยคะสมัยใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม

  • บิแกรมโยคะ (Bikram Yoga)

เป็นโยคะร้อนประเภทหนึ่ง นิยมเล่นกันในอุณหภูมิห้องที่ประมาณ 38-40 องศา การใช้ชื่อ Bikram ในการสอนได้ ครูผู้สอนต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ และมีท่ามาตรฐานเฉพาะ 26 ท่าที่เหมือนกันทั่วโลก จึงแตกต่างจากโยคะร้อนทั่วไปที่เรียกว่า Hot yoga โยคะรูปแบบนี้เป็นที่นิยมในต่างประเทศเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับความนิยมในประเทศที่อากาศร้อนอย่างเมืองไทยเช่นกัน บิแกรมโยคะ มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าโยคะทั่วไป

  • หยิน โยคะ (Yin Yoga)

หยินโยคะ เป็นโยคะฟิ้นฟู (restorative yoga) รูปแบบหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องใช้กับผู้ป่วย เพราะคนทั่วไปที่ปวดเมื่อยร่างกายหรือมีความเครียดในชีวิตประจำวันก็สามารถเล่นได้ การเกิดขึ้นของโยคะรูปแบบนี้มาจากแนวคิดเรื่องหยิน-หยางในลัทธิเต๋า การปฏิบัติเน้นการขยับร่างกายน้อย เพื่อความผ่อนคลาย คล้ายกับพลังงานของหยิน ที่แทนการไม่เคลื่อนไหว ไม่กระตือรือร้น

  • โยคะบิน หรือโยคะเหินฟ้า (Aerial Yoga)

เป็นโยคะที่ออกแบบขึ้นมาใหม่โดยใช้ผ้าเปลเป็นอุปกรณ์หลัก และมีการเคลื่อนไหวที่ผสมท่าทางจากการเล่นโยคะ พิทาลิส และการเต้น จึงเหมือนกับการออกกำลังกายแบบเหาะเหินเดินอากาศ ผ้าเปลที่เป็นอุปกรณ์หลักเป็นผ้าที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อรองรับการฝึกรูปแบบนี้เท่านั้น แม้จะดูผาดโผน แต่คนที่ไม่มีพื้นฐานก็เริ่มต้นฝึกโยคะบินนี้ได้เช่นกัน

หากคุณเพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้ฝึกแบบพื้นฐานให้ร่างกายปรับตัวก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนาไปเล่นในรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ ซึ่งทุกรูปแบบล้วนทำให้สุขภาพร่างกายและใจแข็งแรงขึ้นได้ทั้งนั้น หากปฏิบัติอย่างมีวินัย ทำอย่างตั้งใจ เป็นประจำและสม่ำเสมอ

 

ความแตกต่างทางกาลเวลาของโยคะดั้งเดิมและโยคะสมัยใหม่

เป็นที่รู้กันว่า โยคะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียมากกว่าห้าพันปี ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนี้ การดำรงอยู่ของโยคะจึงอาจไม่ได้ครอบคลุมศาสตร์ดั้งเดิมทั้งหมด อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานเก่าแก่ที่ยังคงเหลือ ไม่ว่าจะเป็นไม้แกะสลัก รูปปั้นท่าฝึกต่าง ๆ ก็ยังพอทำให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ว่า แนวคิด วิทยาการ การรักษาร่างกายและจิตใจของมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อนเป็นอย่างไร และนำมาประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตของผู้คนยุคใหม่แบบไหนได้บ้าง

โยคะดั้งเดิม

โยคะดั้งเดิม มีต้นกำเนิดมาจากโยคีในประเทศอินเดีย ที่ต้องการรักษาร่างกาย เมื่อยามเจ็บปวดจากการทำสมาธิภาวนา หรือยามป่วยไข้และไม่สามารถหาหมอรักษาได้ โดยออกแบบท่าทางให้คล้ายกับรูปร่างสัตว์ต่าง ๆ เช่น ท่าเต่า (Tortoise Pose หรือ Kurmasana) ที่เป็นท่านั่งโน้มตัวลงชิดพื้น สอดแขนลอดใต้ขา และไขว้มือทั้งสองมาสัมผัสกันที่แผ่นหลัง มีส่วนช่วยยืดหยุ่นผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และบรรเทาอาการปวดหลัง การเลียนแบบรูปร่างสัตว์นี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ตนเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ไม่มีใครเหนือหรือด้อยกว่า โยคะดั้งเดิมของเหล่าโยคี จึงมีความหมายในแง่ของการรักษาร่างกาย ซึ่งเป็นที่ ๆ ให้จิตใจได้อยู่อาศัย เมื่อร่างกายได้ปรับสมดุลและผ่อนคลายแล้ว จิตใจก็พลอยเบิกบาน การบำเพ็ญภาวนาก็ราบรื่นและเข้าถึงหนทางแห่งการบรรลุได้ดียิ่งขึ้น

โยคะยุคใหม่

ก่อนจะเดินทางข้ามกาลเวลานับพันปีมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ โยคะได้ผ่านการปรับปรุง เสริมสร้าง คิดค้น เปลี่ยนแปลง ในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย จากเดิมที่ปฏิบัติกันในหมู่ผู้บำเพ็ญภาวนา ก็กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปนำมาฝึกได้ จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก แน่นอนว่า เมื่อศาสตร์โยคะดั้งเดิมได้เดินทางไปสู่ดินแดนที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ย่อมถูกนำไปปรับปรุงให้เข้ากับวิถีชีวิตผู้คนในท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย โดยเฉพาะในโลกตะวันตก ที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ มารองรับเพื่อสนับสนุนให้ผู้คนเห็นประโยชน์ของการเล่นโยคะว่าดีต่อสุขภาพร่างกาย มากกว่าที่จะเน้นเรื่องของการเข้าถึงจิตวิญญาณดั้งเดิมแบบโลกตะวันออก เราจึงได้รู้จักโยคะยุคใหม่มากมาย เช่น โยคะร้อน (Hot Yoga) ที่เล่นโยคะกันในอุณภูมิห้องที่เท่ากับอุณภูมิร่างกายที่ประมาณ 38 – 40 องศา, แอ็คโครโยคะ (Acro Yoga) เป็นโยคะที่มีผู้เล่นหลัก 2 คน โดยต่อตัวกันคล้ายกับการกายกรรม คนหนึ่งเป็นฐาน (Base) ส่วนคนที่อยู่ด้านบนเป็นตัวบิน (Flyer) บางกรณีจะมีคนที่ 3 เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ (Supporter) ในกรณีที่คนข้างบนอาจหล่นลงมา หรือแม้แต่แอเรียลโยคะ (Aerial Yoga) ที่ผู้เล่นจะทำอาสนะโดยการคล้องเชือกกับตัวเองที่แขวนเพดาน เป็นโยคะที่ช่วยแก้อาการปวดหลังได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

แม้โยคะในปัจจุบันจะต่อยอด แตกแขนงจากแบบดั้งเดิมขึ้นมากมาย และถูกมองในแง่ของการออกกำลังกายมากกว่าการสร้างสมาธิ แต่หากได้ปฏิบัติไประดับหนึ่ง ผู้คนจะรับรู้เองว่า นอกจากร่างกายที่แข็งแรงขึ้น โยคะยังให้ประโยชน์ในแง่ของการพัฒนาจิตใจและอารมณ์ ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักตั้งแต่ในอดีตนั่นเอง